รีวิว Samsung Galaxy A50 และ A30 ใหม่ดีไซน์สวย กล้อง Ultra Wide จัดเต็มทุกฟีเจอร์ในราคาสุดคุ้ม

Samsung Galaxy A50 แล้วก็ A30 เป็นสมาร์ทโฟนที่สามารถพูดได้ว่าเป็นการปรับอุบายใหม่ของ Samsung ที่ให้สเปคมาแบบจัดเต็มในราคาที่ไม่แพง เพื่อออกมาท้าทายชนกับคู่ปรับที่ต่อสู้ในเรื่องของราคากันอย่างถึงใจถึงอารมณ์ในตลาดสมาร์ทโฟนของเมืองไทย

Samsung Galaxy A-Series ในปีนี้นอกเหนือจากที่จะมีการปรับออกแบบ? แล้วก็สเปคที่คุ้มแล้ว การนับจำนวนรุ่นก็มีการปรับใหม่เหมือนกัน โดยใช้จำนวนรุ่นเป็นหลักสิบทั้งผอง ซึ่งจุดเด่นอย่างหนึ่งเป็นทำให้ชื่อรุ่นไม่ซ้ำรวมทั้งจำชื่อรุ่นได้ง่ายมากยิ่งกว่าเดิม

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

สรุปสเปค Samsung Galaxy A50

  • ราคาเปิดตัว 11,490 บาท (มีนาคม 2019)
  • ขนาดตัวเครื่อง 158.5 x 74.7 x 7.7 มิลลิเมตร
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.4 นิ้ว Infinity-U Display เป็นแผงหน้าจอ Super AMOLED ความคมชัด Full HD+
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ One UI
  • ซีพียู Exynos 9610
  • แรม 6GB
  • ความจุตัวเครื่อง 128GB ใส่เมมเพิ่มได้ 512GB
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ 25 + 5 + 8 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัก 25 ล้านพิกเซล f/1.7
    • กล้อง Depth sensor ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.2
    • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 123 องศา
  • กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี่ 4000mAh Fast Charge
  • สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และปลดล็อคด้วยใบหน้า

สรุปสเปค Samsung Galaxy A30

  • ราคาเปิดตัว 7,290 บาท (มีนาคม 2019)
  • ขนาดตัวเครื่อง 158.5 x 74.7 x 7.7 มิลลิเมตร
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.4 นิ้ว Infinity-U Display เป็นแผงหน้าจอ Super AMOLED ความคมชัด Full HD+
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ One UI
  • ซีพียู Exynos 7904
  • แรม 4GB
  • ความจุตัวเครื่อง 64GB ใส่เมมเพิ่มได้ 512GB
  • กล้องหลัง 2 เลนส์ 16 + 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล f/1.7
    • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 123 องศา
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี่ 4000mAh Fast Charge
  • สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง และปลดล็อคด้วยใบหน้า

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Samsung Galaxy A50 แล้วก็ A30 มีขนาดตัวเครื่องที่เสมอกัน แล้วก็มากับการวางแบบฝาข้างหลังแบบ 3D Glasstic แล้วก็มีกรอบตัวเครื่องที่โค้ง ทำให้เวลาจับใช้งานกระชับมือ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

น้ำหนักตัวเครื่องจัดว่าค่อนข้างจะเบามาก ใช้งานได้เป็นเวลายาวนานมากขึ้นโดยที่ไม่เคยทราบสึกเมื่อยล้ามือ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

ข้างหลังของ Galaxy A50 ยังมีดีไซน์ที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการเบี่ยงเบนของแสงสว่าง เมื่อดูจากมุมต่างๆจะมองเห็นเป็นคล้ายสีของรุ้งกินน้ำ กล่าวได้ว่าเป็นความสวยสดงดงามระดับพรีเมี่ยมที่หลบซ่อนอยู่ในตัวเครื่อง แทนที่จะเป็นการไล่เฉดสีแบบให้มองเห็นกันชัดๆไปเลย

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

จอแสดงผลลัพธ์ Super AMOแอลอีดี ของ A50 มีขนาด 6.4 นิ้ว FullHD+ ความละเอียด 1080 x 2340 รวมทั้งเป็นจอแบบยาวอัตราส่วน 19.5:9

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

รอยบากเล็กๆของจอ Infinity-U เป็นหลักที่สำหรับจัดตั้งกล้องถ่ายรูปหน้า ในเวลาที่ลำโพงสำหรับใช้เพื่อสำหรับในการโทรนั้นถูกหลบซ่อนไว้ระหว่างขอบจอแล้วก็กรอบตัวเครื่องจนถึงแทบไม่เห็น ทำให้พื้นที่ข้างหน้ามองสะอาดตาและก็สวยสดงดงามเยอะขึ้นเรื่อยๆ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือของ Galaxy A50 นั้นถูกฝังไว้ใต้กระจกจอ ทำให้สามารถแตะต้องสแกนนิ้วมือได้บนจอ ในขณะ A30 ปุ่มสแกนนิ้วมือจะอยู่ข้างหลัง ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีพบร์ที่ทำให้ 2 รุ่นนี้มีความต่างกันด้านการออกแบบ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

ทั้งยัง Galaxy A50 แล้วก็ A30 ใช้พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-C ซึ่งจำเป็นต้องขอบพระคุณ Samsung จริงๆสุดท้ายรุ่นถูกแล้วก็ระดับกึ่งกลางแบบงี้ก็สามารถใช้งานฟีพบร์ลักษณะเดียวกันกับรุ่นพรีเมียมได้ รวมทั้งยังคงมีช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ให้ใช้งานได้ดังเดิม

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

ขอบด้านขวามีปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

ขอบด้านซ้ายมีช่องถาดใส่ซิมแบบ 3 slot ทำให้ใส่ได้ 2 ซิมการ์ดและใส่ microSD card ได้พร้อมกัน

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Galaxy A50 มีเลนส์กล้องถ่ายภาพข้างหลังเรียงกันในแนวดิ่ง 3 ตัว เป็นเลนส์ต่างประเภทกัน จะมีความคิดเห็นว่าขนาดเลนส์แต่ละตัวนั้นแตกต่างกัน และก็กรอบเลนส์นูนขึ้นมาเหนือฝาข้างหลังบางส่วนแค่นั้น เวลาที่ Galaxy A30 มีเลนส์กล้องถ่ายรูปข้างหลังคู่

ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Samsung Galaxy A50 แล้วก็ A30 รันระบบกระทำการ Android 9.0 Pie ที่มีการปรับปรุงใหม่แบบ One UI มีการปรับสีสัน รายการอาหารปุ่มต่างๆเพื่อการใช้แรงงานได้อย่างเต็มความสามารถบนจอ Infinity Display ทุกแบบอย่างบนสมาร์ทโฟนของ Samsung แล้วก็ย้ำให้สามารถใช้งานมือเดียวได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

เมนูการตั้งค่าต่างๆมีการแบ่งประเภทและชนิดเป็นก้อนเดียวกัน มีไอคอนสีสันสวยสดงดงามที่ดูแล้วเข้าใจง่าย และก็แบบอย่างตัวหนังสือรวมทั้งพื้นข้างหลังก็มองเรียบง่าย ไม่เกลื่อนกลาดด้วย หรือถ้าเกิดหารายการอาหารไม่พบก็สามารถใช้ปุ่มค้นหาพิมพ์คำค้นหาที่อยากได้ได้ในทันที

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

สำหรับเพื่อการแสดงผลลัพธ์บนจอ Super AMOแอลอีดี มีโหมดให้เลือกใช้งานสำคัญๆ3 โหมด เป็น โรงหนัง AMOแอลอีดี, ภาพถ่าย AMOแอลอีดี และก็มาตรฐาน แม้กระนั้นถ้าเกิดเลือกเป็นการแสดงผลลัพธ์แบบปรับได้ จอจะปรับโทนสีให้อัตโนมัติตามคอนเทนท์ที่กำลังมองบนจอ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

ต้องยอมรับว่าหน้าจอ Super AMOLED ของ Samsung นั้นให้สีสันที่สดใสสวยงามมาก ด้วยอัตราส่วนคอนทราสต์ที่สูง

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

ฟีเจอร์ Always on display สำหรับแสดงเวลาแล้วก็รายการแจ้งเตือนต่างๆตลอดระยะเวลาเมื่อจอดับมีการปรับค่าการใช้แรงงานใหม่บางส่วน โดยใน One UI ได้เพิ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้งานตารางแสดงเองได้ว่าจะให้แสดงตลอดระยะเวลาหรือแสดงเมื่อเคาะจอ หรือระบุขณะที่ปรารถนาให้แสดงก็ได้ โดยค่าเริ่มพื้นที่ Samsung ระบุมาเป็นจะต้องเคาะจอ โดยเหตุนี้หากปิดหน้าหน้าจอแล้วมองไม่เห็น Always on display ปฏิบัติงาน ก็ไม่ต้องตกอกตกใจไป ให้เข้าไปตั้งค่าเองได้

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

ระบบ Theme สำหรับใครที่เบื่อหน้าตาแบบเดิมๆ ก็เลือกเปลี่ยนได้เองตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นวอลเปเปอร์ใหม่ ธีม ไอคอน และมีธีมสำหรับ Always on display ด้วย

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

ฟีเจอร์การเคลื่อนไหวและท่าทาง เช่น ยกขึ้นเพื่อเปิดหน้าจอ แตะหน้าจอสองครั้งเพื่อปลุก เปิดหน้าจอไว้ขณะจ้องมองหน้าจอ เป็นต้น

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

One UI ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นในมือเดียวอยู่แล้ว แต่ว่าหากยังคงใช้งานมือเดียวไม่ถนัดก็สามารถย่อหน้าหน้าจอหรือคีย์บอร์ดให้เล็กลงมาที่มุมจอได้ เพื่อไม่ยุ่งยากต่อการเอื้อมนิ้วมือไปสัมผัสรายการอาหารต่างๆขณะใช้งานมือเดียวได้สบายขึ้น

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

Dual Messenger การโคลนแอพให้สามารถใช้งานได้ 2 บัญชีในเครื่องเดียว (โดยไม่ต้องทำผ่าน Secure Folder) ซึ่งรองรับแอพโซเชียลแทบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น LINE, WhatsApp, Facebook, Messenger, Skype ฯลฯ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

ระบบเสียงในตัวเครื่องของ Galaxy A50 รองรับเทคโนโลยี Dolby Atmos เมื่อใช้งานด้วยหูฟัง ทำให้เสียงที่ได้ยินจะออกมาในแบบอย่างสเตอริโอ กระตุ้นให้เกิดมิติเสียงซ้ายขวา ซึ่งฟีพบร์นี้ดำเนินการได้อีกทั้งการดูหนัง ฟังเพลง รวมทั้งการเล่นเกม

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Game Launcher อัพเกรดหน้าตาใหม่ดูเรียบง่ายมากขึ้น สำหรับเข้าไปจัดการเกมต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่ในตัวเครื่องได้ทั้งหมดจากในที่เดียว

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Game Tools ก็มาพร้อมหน้าพร้อมตาตาใหม่อย่างเดียวกัน โดยเรียงรายการอาหารต่างๆในแบบรายการ สามารถเลือกใช้งานปิด/เปิดการแจ้งเตือนขณะเล่นเกม ล็อคปุ่มไม่ให้มือพวกเราพลาดไปโดยปุ่มกดตัวเครื่องขณะเล่นเกม ถ่ายภาพจอ หรือบันทึกวิดีโอจอขณะเล่นเกม ก็ทำเป็น ซึ่งเวอร์ชั่นใหม่นี้มีแผงไอคอนแอพพลิเคชั่นให้พวกเราเลือกไว้ใช้งานแบบด่วนได้ด้วย

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Digital Wellbeing หน้าแดชบอร์ดหรือเรียกให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือหน้าสรุปข้อมูล สำหรับดูเวลาที่เราใช้งานสมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นต่างๆ มากขนาดไหนต่อวัน หรือแม้กระทั่งจำนวนครั้งที่ปลดล็อคสมาร์ทโฟน ฟีเจอร์นี้ก็จะทำการบันทึกไว้ด้วย

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

นอกเหนือจากนั้นแล้ว Galaxy A50 แล้วก็ A30 ก็ยังมีฟีพบร์สำหรับจัดแจงเครื่องได้อย่างง่ายดายในคลิกครั้งเดียว สำหรับจัดแจงแบตเตอรี่ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หน่วยความจำแรม และก็ความปลอดภัยต่างๆเพื่อตัวเครื่องมีคุณภาพสำหรับเพื่อการใช้งานตลอดระยะเวลา

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

การเชื่อมต่อของ Galaxy A50 รองรับการใช้แรงงานพร้อม 2 ซิมการ์ดบนโครงข่าย 4G LTE โดยสามารถเปิดใช้งานสแตนด์บาย 4G ได้พร้อมอีกทั้ง 2 ซิม ทั้งยังรองรับทั้งยัง VoLTE แล้วก็ WiFi Calling (VoWiFi) มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C แล้วก็ Bluetooth 5.0 ด้วย

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

ด้านความปลอดภัยสำหรับการการันตีตัวตน Galaxy A50 มีระบบระเบียบการสแกนลายพิมพ์นิ้วมือบนจอ โดยการแตะต้องลงจอที่ตำแหน่งไอคอนลายพิมพ์นิ้วมือเพื่อทำสแกนได้เลย ซึ่งการใช้แรงงานก็นับว่าการอ่านลายพิมพ์นิ้วมือทำเป็นรวดเร็วทันใจดี

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

นอกจากนั้นก็สามารถใช้การจำบริเวณใบหน้าสำหรับเพื่อการปลดล็อคจอได้เหมือนกัน ซึ่งแนวทางนี้สบายและก็เร็วมากมายๆเพียงยกมือถือขึ้นมาให้ตรงตำแหน่งของบริเวณใบหน้าแล้วเปิดจอก็สามารถปลดล็อคได้ในทันที

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

Galaxy A50 สามารถใช้งาน Bixby Voice ในการสั่งงานต่างๆ ด้วยเสียง, Bixby Home สำหรับจัดการแอพและเนื้อหาน่าสนใจตามการใช้งาน

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

Samsung Galaxy A50 ใช้ชิพประเมินผล Exynos 9610 เป็นชิปเซ็ตรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีแนวทางการผลิตที่ 10nm ซีพียู Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ระดับเป็น Quad-core 2.3GHz Cortex-A73 สำหรับเพื่อการใช้งานอย่างเต็มคุณภาพ และก็ Quad-core 1.7GHz Cortex-A53 สำหรับในการประเมินผลที่ใช้พลังงานน้อยลง พร้อมกราฟิก Mali-G72 MP12 โดยผลของการทดลอง AnTuTu เป็นการทดลองภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม แล้วก็สมรรถนะหลักการทำงานของหน่วยประเมินผลกราฟิกหรือจีพียู ระดับคะแนนของ Galaxy A50 ทำสกอร์รวมได้ 146,395 คะแนน

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

ผลของการทดลองด้วย Geekbench 4 เพื่อทดลองคุณภาพการทำงานรวมทั้งการประมวลผล การทดลองนี้จะกระทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งได้ 2 แบบเป็น Single-Core แล้วก็ Multi-Core ถ้าเกิดได้คะแนนยิ่งสูงความสามารถการทำงานจะยิ่งดี โดย Galaxy A50 ทำสกอร์ Single-Core ได้ 1,715 คะแนน แล้วก็ Multi-Core ทำเป็น 5,532 คะแนน

Samsung Galaxy A50 and A30 ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Review

ทดลองเล่นเกม PUBG Mobile อีกหนึ่งเกมที่กำลังได้รับความนิยมเดี๋ยวนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ปรารถนาอีกทั้งความลื่นไถลไหล จะต้องใช้การควบคุมแนวทาง และก็ความเที่ยงตรงสำหรับในการกำหนดเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่พบอาการกระตุกอีกทั้งการเล่นในโหมดกราฟิกในระดับค่อนข้างสูง และก็ภาพความละเอียดสูง

Samsung Galaxy A50 and A30 ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Review

เกม ROV เกมยอดนิยมเยอะที่สุดตอนนี้ สำหรับในการเล่นบน Galaxy A50 รองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา เฟรมเรตนิ่งมากๆรวมทั้งเน็ตไม่สวิงด้วย

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

Galaxy A50 รวมทั้ง A30 มีแบตเตอรี่ 4000mAh ใช้งานทั่วๆไปได้นานตลอดทั้งวัน หรือแม้กระทั้งการเล่นเกมต่อเนื่องกัน 2-3 ชั่วโมง รวมกับการดูคลิป เล่นโซเชียล ถ่ายทำถ่ายภาพทั้งวัน กางตก็อยู่ได้นานแทบตลอดทั้งวัน นับว่าจัดแจงพลังงานเจริญมากมายๆ

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

สำหรับในการชาร์จด่วนรองรับกำลังไฟสูงสุด 15W (QuickCharge 2.0) ซึ่งก็จัดว่าให้ฟีพบร์มาออกจะจัดเต็มมากมายๆในเรื่องของแบตเตอรี่แล้วก็การชาร์แบตเตอรี่ จากการทดลองชาร์จแบตเริ่มจาก 23% ไปถึง 60% ใช้เวลาราวๆ 40 นาทีแค่นั้น

กล้องถ่ายรูป

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Galaxy A50 มีกล้องถ่ายภาพข้างหลังทั้งสิ้น 3 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องถ่ายรูปเลนส์กว้างพิเศษ 123 องศา, กล้องถ่ายภาพหลักความละเอียด 25 ล้านพิกเซล (f/1.7) และก็ Depth sensor ขนาด 5 ล้านพิกเซล สำหรับเพื่อการถ่ายรูปหน้าชัดข้างหลังละลายที่ปรับความชัดตื้นชัดลึกได้

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

ในจอแอพกล้องถ่ายภาพจะมีไอคอนสำหรับเลือกถ่ายรูปมุมกว้างหรือมุมธรรมดา โดยเมื่อเลือกโหมดออโต้ไม่ว่าจะเป็นมุมกว้างหรือธรรมดา จะมี AI Scene Optimizer สำหรับเพื่อการปรับค่ากล้องถ่ายรูปให้เหมาะสมกับการถ่ายรูปนั้นๆแบบอัตโนมัติ โดยจะมีไอคอนฉากต่างๆขึ้นมาบนจอระหว่างที่กำลังทำการถ่ายรูป

ภาพถ่ายเปิด AI Scene Optimizer

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera Review 02Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

ภาพถ่าย Ultra Wide

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

สำหรับเลนส์ Ultra Wide ที่มีมุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เป็นฟีพบร์กล้องถ่ายภาพที่เข้ามาเติมเต็มความรู้ความเข้าใจของกล้องที่มีไว้สำหรับถ่ายรูปบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่างดีเยี่ยม ระยะใกล้ขนาดไหนก็สามารถเก็บภาพได้ครบโดยไม่ต้องเขยิบออกอีกต่อไป

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

รูรับเเสง f/1.7 ที่อยู่ในกล้องถ่ายภาพหลักช่วยทำให้การถ่ายรูปในภาวะแสงสว่างต่างๆทำเป็นดียิ่งขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่แสงสว่างน้อยหรือในที่มืดแล้ว AI ตรวจเป็นฉากตอนกลางคืน จะก่อให้รูปถ่ายเก็บแสงสว่างได้สวยสดงดงามรวมทั้งสว่างมากยิ่งขึ้น

ภาพถ่ายที่แสงน้อยและกลางคืน

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

ภาพถ่าย Live Focus

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

โหมด Live Focus กล้องถ่ายภาพข้างหลังสามารถปรับความเบลอของฉลากข้างหลังเพื่อเพิ่มความเด่นงดงามได้ ซึ่งเอฟเฟ็กต์พวกนี้ทำเป็นทั้งยังขณะถ่ายภาพรวมทั้งหลังถ่ายรูปก็ทำเป็นเหมือนกัน

วิธีการทำเอฟเฟ็กต์โบเก้ของ Galaxy A50 นั้นใช้ความรู้ของกล้องถ่ายภาพ Depth sensor สำหรับเพื่อการเก็บความลึกของภาพ ซึ่งดำเนินงานร่วมกับกล้องถ่ายภาพหลัก ทำให้การตัดขอบทำเป็นดีเยี่ยมขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลายเส้นผมที่ยังคงมองเห็นเนื้อหาแจ่มกระจ่าง ผิดเบลอออกไป

ภาพถ่าย HDR

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

HDR เป็นการถ่ายภาพหลายรูป ที่มีค่าความสว่างของแสงสว่างไม่เหมือนกัน แล้วเอาภาพมารวมกันเป็นภาพเดียว ซึ่งมีการปรับปรุงด้านอุปกรณ์กล้องถ่ายภาพที่ดียิ่งขึ้น ทำให้การถ่ายรูปในโหมดนี้ไม่มีความจำเป็นต้องถือกล้องถ่ายรูปนิ่งๆสำหรับเพื่อการถ่ายรูปแล้ว

ถ่ายวิดีโอ Full HD 1080p

ในเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายวิดีโอนั้น Galaxy A50 มีฟีพบร์กันภาพสั่นไหวด้วย ซึ่งเท่าที่ทดลองใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แล้วเดินถ่ายวิดีโอพบว่าภาพค่อนข้างจะนิ่งใช้ได้เลย อันนี้ก็คงจะตอบปัญหาการใช้แรงงานด้านการถ่ายวิดีโอได้ดีมากเลยเชียวสำหรับสมาร์ทโฟนระดับราคาหมื่นนิดๆ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

สำหรับกล้องถ่ายภาพหน้าเซลฟี้ความละเอียด 25 ล้านพิกเซลของ Galaxy A50 รอบนี้ทำเป็นดีขึ้นกว่าเดิมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเซลฟี้ย้อนแสงสว่างหรือที่แสงสว่างน้อย บริเวณใบหน้าก็ยังสว่างรวมทั้งมองเห็นเนื้อหาครบอีกทั้งภาพ

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

กล้องหน้ายังมีโหมด Selfie Focus สำหรับทำภาพหน้าชัดหลังเบลอเพิ่มความโดดเด่นของภาพเซลฟี่ได้อีกด้วย

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

นอกจากนั้นแล้ว กล้องถ่ายรูปหน้ายัง AR Sticker สำหรับใส่ลูกเล่นน่ารักน่าเอ็นดูๆให้กับภาพเซลฟี้ รวมทั้งสามารถสร้าง AR Emoji ด้วยบริเวณใบหน้าของพวกเราเพื่อส่งหากันในแอพแชทหรือโพสต์ลงโซเชียลก็ได้

สรุปจุดเด่น

  • Samsung Galaxy A50 และ A30 เป็นสมาร์ทโฟนสำหรับใครที่กำลังมองหาหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ และหน้าจอที่มีสีสวยด้วยแผงหน้าจอ Super AMOLED ความคมชัด Full HD+
  • ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ 3D Glasstic และมีดีไซน์แบบการหักเหของแสงในรุ่น Galaxy A50 ทำให้ตัวเครื่องดูสวยงามและน่าสนใจ
  • ตัวเครื่องรันระบบปฏิบัติการระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ One UI ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง ได้ใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ทันที ไม่ต้องรออัพเดท
  • Galaxy A50 มีซีพียู Exynos 9610 และแรม 6GB ใช้งานได้ลื่นไหล เล่นเกมกราฟิกสวยๆ ได้สบายๆ
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ของ Galaxy A30 ครบทุกการถ่ายภาพในทุกสถานการณ์ และประทับใจกับระบบโฟกัสที่ทำได้รวดเร็วมาก
  • Galaxy A50 กับกล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล f/2.0 ถ่ายได้สว่างและคมชัดมากขึ้น เอาใจคนชอบเซลฟี่
  • แบตเตอรี่ 4000mAh ใช้งานได้ทั้งวัน และรองรับ Fast Charge
  • ทั้ง Galaxy A50 และ A30 มีพอร์ตแบบ USB-C

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มี NFC และไม่รองรับ Samsung Pay

ภาพโดย

www.iphone-droid.net

รีวิว Galaxy S10 รวมทั้ง Galaxy S10+ นี่เป็นสมาร์ทโฟนแฟลกชิปที่เหมาะสมที่สุดในรอบ 10 ปีของ Samsung

Samsung Galaxy S10 รวมทั้ง S10+ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อตอนต้นปี 2019 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ซึ่งก็สร้างความตื่นตาตื่นใจไม่น้อย เพราะการเปลี่ยนแปลงใหม่หลายๆอย่าง ตั้งแต่จอแบบใหม่ ไปจนกระทั่งระบบสแกนนิ้ว Ultrasonic ปัจจุบันนี้ทาง Samsung ได้นำ Samsung Galaxy S10 และก็ S10+ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเป็นระเบียบแล้ว ภายหลังเปิดตัวทีแรกไปเมื่อสิ้นเดือนก.พ.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

สำหรับ Samsung Galaxy S10 แล้วก็ Galaxy S10+ เป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นแรกของ Samsung ในปีนี้ โดยมากับการยกเครื่องออกแบบใหม่หมด ในชื่อ Infinity-O Display กับจอไม่มีขอบที่มีขอบจอบางลงกว่าเดิม และก็แอบซ่อนกล้องถ่ายรูปเซลฟี้เอาไว้ในรูตรงมุมบนขวาของจำสำหรับแสดงผล ก็เลยทำให้จอขนาดใหญ่ขึ้น โดยที่ยังคงขนาดของตัวเครื่องไว้เหมือนเดิม กับการวางแบบแบบโลหะ อะลูมิเนียม ซีรีส์ 7000 เกาะติดด้วยแผงกระจก Corning Gorilla Glass 6 ที่ข้างหน้า รวมทั้งแบบ Corning Gorilla Glass 5 ข้างหลัง ที่มีความพรีเมียม เรียบหรู รวมทั้งกันน้ำ กันฝุ่นผงมาตรฐาน IP68 เหมือนปกติ

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

ข้อมูลเพิ่มเติม

จอแสดงผลลัพธ์ของอีกทั้ง Samsung Galaxy S10 และก็ Galaxy S10+ รองรับเทคโนโลยี Dynamic AMOแอลอีดี พร้อมมาตรฐาน HDR10+ ให้ภาพชัดแจ๋วทั้งยังในส่วนที่มืดหรือสว่าง เห็นชัดแจ้งในภาวะแสงสว่างช่วงกลางวัน รวมทั้งรับประกันขอบเขตสี DCI-P3 100% รวมทั้งมีฟีพบร์ลดแสงสีฟ้าช่วยถนอมสายตา ซึ่งเดิมทีจำสำหรับแสดงผล Dynamic AMOแอลอีดี มีเทคโนโลยีการลดแสงสีฟ้ามาให้อยู่แล้ว ก็เลยทำให้ใน Galaxy S10 แล้วก็ Galxy S10+ สามารถลดแสงสีฟ้าได้ถึง 42%

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net
ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net
ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

Samsung Galaxy S10 แล้วก็ Galaxy S10+ มาพร้อมหน้าพร้อมตาหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว รวมทั้ง 6.4 นิ้ว เป็นลำดับ ภาพคมชัดที่ระดับ 2K Quad HD+ อัตราส่วนภาพ 19:9 รวมทั้งจุดพิจารณาความไม่เหมือนระหว่าง Galaxy S10 และก็ Galaxy S10+ ที่แจ้งชัดที่สุดก็คือ กล้องถ่ายภาพเซลฟี้ที่หลบซ่อนอยู่ในรูตรงมุมบนขวาของจำสำหรับแสดงผล โดย Galaxy S10 ใช้กล้องถ่ายรูปเซลฟี่แบบเลนส์เดียว ส่วน Galaxy S10+ มากับกล้องถ่ายภาพเซลฟี่แบบคู่ (Dual Camera) และก็เพื่อลดพื้นที่ขอบหน้าจอให้แคบที่สุด ลำโพงก็เลยถูกขยับขึ้นไปวางจนกระทั่งสุดขอบบน

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net
ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

หนึ่งในฟีเจอร์ของ Samsung Galaxy S10 แล้วก็ Galaxy S10+ ที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ตัวอย่างเช่น การนำเทคโนโลยีเซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือมาจัดตั้งไว้บนหน้าจอ ด้วยเทคโนโลยี Ultrasonic ซึ่งสามารถสแกนได้แบบ 3D ซึ่งเพิ่มระดับความปลอดภัยให้มากยิ่งกว่าเดิม และไม่จำต้องควานตำแหน่งเซ็นเซอร์แบบในรุ่นก่อนๆที่จัดตั้งไว้ข้างหลังนั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

Samsung Galaxy S10 และ Galaxy S10+ จะดูเหมือนกันคือ ด้านบนมีถาดสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot พร้อมไมโครโฟนที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

ด้านล่างมีลำโพง, ไมโครโฟน, ช่องเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

ด้านขวามีปุ่มล็อกกรีน

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net
ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

ด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเรียกใช้งาน Bixby

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

ยิ่งไปกว่านี้ Samsung Galaxy S10 รวมทั้ง Galaxy S10+ ยังคงเคลือบผิวที่แผงข้างหลังให้มีความเงาสวย ก็เลยช่วยส่งให้มองหรูหราพรีเมี่ยมขึ้น และก็สามารถสะท้อนแสงแวววาวในบางมุมที่แสงสว่างมาตกกระทบ กับตัวเลือกสีใหม่อย่าง สีขาว Prism White, สีเขียว Prism Green รวมทั้งสีดำ Prism Black

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net
ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

ในรุ่น Galaxy S10+ จะมีความพิเศษมากขึ้นด้วยตัวเลือกแบบ Ceramic Edition ที่ผลิตจากเซรามิก โดยมีสีขาว Ceramic White และสีดำ Ceramic Black

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net
ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net
ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net
ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

นอกจากดีไซน์แล้ว ระบบกล้องถ่ายภาพก็เป็นอีกจุดเด่นที่ Samsung ภูมิใจนำเสนอ โดยติดตั้งกล้องมาให้ถึง 5 ตัว เอาใจคนชอบถ่ายรูปสำหรับ Galaxy S10+ แบ่งเป็นหลัง 3 หน้า 2 ส่วน Galaxy S10 มาพร้อมกล้อง 4 ตัว ด้วยกล้องหลัง 3 ตัว และกล้องหน้า 1 ตัว นั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

กล้องถ่ายรูปข้างหลังอีกทั้ง 3 ตัว แบบ Triple Camera ของ Samsung Galaxy S10 และก็ Galaxy S10+ มีความละเอียดเสมอกันที่ 12+16+12 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Ultra Wide รวมทั้ง Telephoto และก็รองรับเทคโนโลยีปกป้องภาพสั่นไหวแบบ OIS แล้วก็การจุดโฟกัสภาพแบบ Dual Pixel รวมทั้ง Dual Aperture กลไกปรับขนาดรูรับแสงสว่างอัตโนมัติระหว่าง F1.5 รวมทั้ง F2.4 ก็เลยสามารถถ่ายรูปชัดแจ๋วได้อีกทั้งภาวะแสงสว่างกลางวัน ไปจนกระทั่งช่วงกลางคืน

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net
ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

รวมทั้งยังมีรองรับเทคโนโลยีสำหรับการกำหนดเบื้องหลังหรือวัตถุที่อยากเก็บภาพ ในชื่อ Scene Optimizer ซึ่งจะเข้ามาช่วยตั้งค่ากล้องถ่ายรูปให้อัตโนมัติ ตามเบื้องหลังหรือวัตถุที่ตรวจได้ สามารถกำหนดได้มากกว่า 30 ต้นแบบ ตัวอย่างเช่น เด็ก, คน, หมา, แมว, ของกิน, หาด, ฟ้า, เทือกเขา, ดวงตะวันตก, ตะวันขึ้น, น้ำตก, ทัศนียภาพ, เวที, ยานพาหนะ, เครื่องดื่ม, ดอกไม้, ต้นไม้, รองเท้า, ย้อนเเสง, ในร่ม, ตัวอักษร, เสื้อผ้า ฯลฯ

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

ทางด้านโหมดถ่ายภาพ Live Focus ก็มีการเพิ่มเอฟเฟกต์สำหรับปรับเปลี่ยนฉากหลังที่เบลอให้มีลูกเล่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถทำรูปแบบการเบลอได้มากถึง 4 แบบ

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net
ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

สามารถเลือกใช้งานเลนส์กล้องได้ 3 แบบ คือ การใช้งานเลนส์ปกติ, การใช้งานเลนส์มุมกว้าง (Ultra-Wide) และการใช้งานซูม (Telephoto)

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net
ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

สำหรับ Samsung Galaxy S10 Series ทุกรุ่น สามารถถ่ายวีดีโอได้มากถึงระดับ 4K UHD รวมทั้งให้ความแหลมคมชัดราวกับกล้องถ่ายภาพ Action Cam โดยยิ่งไปกว่านั้นการบันทึกวีดีโอด้วยกล้องถ่ายรูป Ultrawide รวมทั้งโหมด Super Steady ซึ่งสามารถลดภาพสั่นไหวได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งการใช้แรงงานโหมดนี้รองรับความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD แค่นั้น

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

รวมถึงสนับสนุนเทคโนโลยี HDR10+ และ Dynamic Tone ที่ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวแสดงรายละเอียดได้อย่างชัดเจนทั้งในส่วนที่มืดและสว่าง และยังมีโหมด Super Slow-mo ที่ระดับ 960 เฟรมต่อวินาที ในความละเอียด HD

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

ส่วนที่กล้องถ่ายภาพหน้า Galaxy S10+ มาพร้อมกล้องถ่ายภาพแบบคู่ (Dual Camera) โดยกล้องถ่ายภาพหลักมีความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ Dual Pixel รูรับแสงสว่าง F1.9 ส่วนกล้องถ่ายรูปรองเป็น RGB Depth Camera ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สำหรับ Galaxy S10 รองรับกล้องถ่ายภาพเลนส์ลำพังความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ซึ่งทั้งสองสามารถบันทึกวีดีโอด้วยความละเอียดมากถึง 4K UHD ได้เป็นรุ่นแรกของโลก

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

สำหรับ Galaxy S10+ มีโหมดถ่ายภาพด้านหน้าก็มีให้เลือก 2 อย่าง คือการถ่ายเซลฟี่ปกติ กับการถ่ายมุมกว้าง สำหรับถ่ายภาพพร้อมกันเพื่อนๆ หลายคน นอกจากนี้ ยังรองรับโหมดถ่ายภาพ Live Focus และมีฟังก์ชันให้ใช้งานหลากหลาย

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

และลูกเล่นที่น่าสนใจอย่าง AR Emoji อีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

หากว่ากล้องถ่ายรูปหน้าของ Galaxy S10 รวมทั้งอีกหนึ่งรุ่นน้องอย่าง Galaxy S10e จะไม่มีรองรับเลนส์ RGB Depth Camera แบบใน Galaxy S10+ แต่ว่าก็สามารถถ่ายรูปเซลฟี่แบบละลายเบื้องหลังได้เหมือนกัน ด้วยฟีเจอร์ Selfie Focus ซึ่งกล้องถ่ายภาพของ Galaxy S10+ จะสามารถแบ่งเบื้องหลังออกไปจากบุุคคลที่อยู่ข้างหน้าได้ถูกต้องแม่นยำกว่าด้วยเลนส์ RGB Depth Camera ดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ส่วนในรุ่น Galaxy S10 รวมทั้ง Galaxy S10e จะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยสำหรับในการแยกพื้นข้างหลังแทน

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

Samsung Galaxy S10 Series ทั้งยัง 3 รุ่น ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ขับเคลื่อนด้วยชิปประเมินผล Exynos 9820 แบบใหม่ปัจจุบันของ Samsung บนเทคโนโลยีการสร้างระดับ 8 นาโนเมตร ที่มีความเร็วสำหรับการประเมินผลกราฟิกมากขึ้น 37% รวมทั้งมีความเร็วสำหรับในการประเมินผลของซีพียูมากขึ้น 29% เมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อน โดยการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie พร้อมครอบทับด้วย UX ใหม่ปัจจุบันอย่าง Samsung One UI

ขอบคุณภาพจาก
www.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

ด้วยความสามารถระดับท็อปทำให้สามารถเล่นเกมกราฟิกสูงๆได้ไหลลื่น รวมทั้งยังมีฟังก์ชัน Game Tools เข้ามาช่วยสำหรับการรีดเร้นประสิทธิภาพตัวเครื่องดำเนินการเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถปิดการแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้ก่อกวนขณะเล่นเกมได้เช่นเดียวกัน

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

Samsung ให้หน่วยความจำมาแบบจุใจ โดยรุ่นใหญ่ Galaxy S10+ จะมี 3 ตัวเลือก คือ RAM 12GB จับคู่กับ ROM 1TB เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันเลยทีเดียว พร้อมกับรุ่น RAM 8GB จับคู่กับ ROM 512GB และ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 128GB

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

สำหรับ Galaxy S10 วางจำหน่ายเพียง 1 เวอร์ชัน ที่มากับ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 128GB ซึ่งทุกรุ่นยังรองรับการเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุดถึง 512GB อีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

Samsung Galaxy S10+ นำพาแบตเตอรี่มาอย่างจุใจ ด้วยปริมาตร 4100mAh ส่วน Galaxy S10 ให้มาที่ 3400mAh โดยทั้งคู่ใช้เทคโนโลยีชาร์จไฟความเร็วสูง พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย Fast Wireless Charging 2.0 ที่เร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อน รวมทั้งยังรองรับฟีเจอร์ใหม่ปัจจุบันอย่าง Wireless PowerShare ซึ่งสามารถชาร์ตแบตเตอรี่แบบไร้สายให้กับเครื่องมืออื่นๆได้ เพียงแต่นำเครื่องมือที่รองรับการชาร์จไร้สาย อีกทั้งสมาร์ทโฟน แล้วก็เครื่องมือเสริมต่างๆตัวอย่างเช่น Galaxy Watch / Galaxy Buds มาแตะต้อง หรือวางที่แผงข้างหลังของ Galaxy S10 รวมทั้ง Galaxy S10+ นั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

Samsung Galaxy S10 series ได้รับการพัฒนาให้เหนือกว่าเรือธงรุ่นก่อนในทุกด้าน ตั้งแต่การออกแบบข้างนอก จนกระทั่งอุปกรณ์ข้างใน สำหรับคนใดที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีความพรีเมี่ยม จำสำหรับแสดงผลขนาดใหญ่ พร้อมฟังก์ชันการถ่ายรูปครบ รวมทั้งสามารถเล่นเกมที่ย้ำกราฟิก 3D ได้ลื่นไหล มั่นใจว่า Galaxy S10 รวมทั้ง Galaxy S10+ สามารถตอบปัญหาได้อย่างดีเยี่ยม โดยเปิดราคาเริ่มที่ 31,900 บาท สำหรับ Galaxy S10 รวมทั้งราคาเริ่ม 35,900 บาท สำหรับ Galaxy S10+ ที่สามารถจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ที่ร้านค้า Samsung Brand Shop และก็ร้านตัวแทนจัดจำหน่ายทั่วทั้งประเทศ

ตัวอย่างภาพถ่ายเลนส์ปกติ เลนส์ซูม และเลนส์มุมมองกว้าง

ตัวอย่างภาพถ่ายเลนส์มุมมองกว้างสภาพแสงปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายเลนส์มุมมองกว้างตอนกลางคืน

ตัวอย่างภาพจากกล้องดิจิทัลด้านหน้า

ภาพโดย

www.flashfly.net

เปิดตัว Xiaomi Mi 9 โดนอีกทั้งสเปครวมทั้งราคา ด้วย Snapdragon 855 เปิดฉากกล้องถ่ายภาพข้างหลัง 3 เลนส์

Xiaomi ได้เวลาประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ กับ Xiaomi Mi 9 สมาร์ทโฟนตัวตัวแรงรุ่นสืบต่อการบรรลุเป้าหมายจาก Xiaomi Mi 8 โดยโอกาสนี้ยังมากับสเปคแบบจัดเต็มเหมือนปกติ ด้วยขุมพลังแบบใหม่ Qualcomm Snapdragon 855 พร้อมเล่นลวดลายที่ฝาหลังสุดสวยสดงดงาม ในแบบที่ไม่ซ้ำใคร รวมทั้งกล้องถ่ายภาพข้างหลัง 3 เลนส์รุ่นแรกของ Xiaomi

ดีไซน์ตัวเครื่อง

Xiaomi ได้ดิบได้ดีไซน์ฝาข้างหลัง Xiaomi Mi 9 สุดงามในแบบที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยลูกเล่นสะท้อนแสงในมุมต่างๆกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดสีรุ้งกินน้ำในต้นแบบไม่ซ้ำกัน โดยเรียกว่า Holographic Magic แล้วก็ยังถูกครอบทับด้วยกระจกเพื่อความแข็งแกร่ง แล้วก็แสดงสีได้อย่างแจ่มใส

ข้อมูลเพิ่มเติม

แค่นี้ยังไม่เพียงพอ ลูกเล่นสะท้อนแสงเปลี่ยนสีในมุมต่างๆยังปรากฏอยู่รอบๆกล้องถ่ายภาพข้างหลังตรงเลนส์ข้างบนสุด ยิ่งไปกว่านี้กล้องถ่ายภาพข้างหลังยังคงใช้อุปกรณ์หนักแน่น เพื่อการปกป้องคุ้มครองเลนส์ในระดับที่ค่อนข้างสูง

กล้องถ่ายรูป

นี้เป็นอีกไฮไลท์สำคัญของ Xiaomi Mi 9 เพราะว่านี้จะเป็นกล้องถ่ายภาพข้างหลัง 3 เลนส์รุ่นแรกจาก Xiaomi โดยในแต่ละเลนส์ถูกใส่สเปคแบบจัดเต็มมาสุดๆพร้อมได้คะแนน DxOMark ไปถึง 107 คะแนน (Xiaomi อาจให้ DxOMark ทดลองก่อนเปิดตัว)

  •  
  • เลนส์ที่ 1 ใช้เซนเซอร์ S5K3M5 ของ Samsung ประกอบไปด้วยเลนส์กระจก 6 ชั้น มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง f/2.2 ความละเอียดพิกเซล 1.0um เพื่อช่วยถ่ายภาพบุคคล และก็ซูมแบบ Optical ได้ 2 เท่า
  • เลนส์ที่ 2 ใช้เซนเซอร์ Sony IMX586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง f/1.75 ขนาดพิกเซล 1.0um
  • เลนส์ที่ 3 ใช้เซนเซอร์ Sony IMX481 เลนส์เป็นแบบกว้าง Super Wide-Angle รวมกับมาวัวรเลนส์ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง f/2.2 ความละเอียดพิกเซล 1.0um
  • กล้องถ่ายภาพหน้ามีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

ฟีเจอร์หลักของกล้องถ่ายรูป

  • กล้องเซนเซอร์ Sony IMX586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายภาพออกมามีความละเอียดสูง และให้รายละเอียดภายในรูปแบบอย่างครบถ้วน
  • ถ่ายมุมกว้างได้ถึง 117 องศา และถ่ายรูปแบบ มาโคร ที่ให้ความละเอียดมากแบบชัดเจนใกล้สุดที่ 4 ซม.
  • สามารถซูมโดยไม่เสียความละเอียดแบบ Optical ได้ถึง 2 เท่า พร้อมถ่ายรูปหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างสวยงาม
  • การถ่ายมุมกว้าง จะมีการปรับแต่งด้วยระบบ AI เพื่อให้ภาพออกมาสวย ไม่ว่าจะเป็น ตึก, สิ่งของ, หรือรูปปั้น ทั้งนี้ระบบ AI ยังมีการแนะนำให้ใช้เลนส์กว้าง หากอยู่ในสถานการณ์ที่ควรใช้
  • รองรับโหมดถ่ายกลางคืนด้วยฟีเจอร์ “Handheld Super Night”

ดีไซน์หน้าจอ

จอแสดงผลลัพธ์ของ Xiaomi Mi 9 จะใช้จอ AMOแอลอีดี ของ Samsung โดยมีความกว้าง 6.39 นิ้ว ความละเอียด FHD+ มีดีไซน์แบบรอยเว้าแหว่งทรงหยดน้ำ อัตราส่วน 19:9 ความสว่าง 600nits ความสดใหม่ของสี NTSC 103.8% อัตราส่วนจอไม่มีขอบกับตัวเครื่อง 90.7% มีการครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 เพิ่มความแข็งแกร่งไปอีกขั้น ดังนี้ยังรองรับเทคโนโลยี สแกนลายพิมพ์นิ้วมือบนจอ อีกด้วย

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่จะมีขนาด 3,300mAh จำนวนบางทีก็อาจจะมองน้อย แต่ว่าทาง Xiaomi ก็บอกเหตุผลว่า ด้วยการใช้แรงงานจอ AMOแอลอีดี ทำให้มีการออมแบตเตอรี่เยอะขึ้นแม้ใช้งานในโหมดมืด ซึ่งพอเพียงต่อการใช้แรงงาน 24 ชั่วโมง ที่สำคัญมีการรองรับการชาร์จไว้มากถึง 27W และก็รองรับการชาร์จไร้สายถึง 20W

สเปคทั้งหมดของ Xiaomi Mi 9

Xiaomi Mi 9 ถูกขับเคลื่อนด้วยขุมพลังรุ่นท็อปตัวล่าสุดของ Qualcomm และแน่นอนว่าเป็น Qualcomm Snapdragon 855 ที่เป็นชิปเซ็ตแบบ 7 นาโนเมตร ความเร็วสูงสุดที่ 2.84GHz และมีชิปกราฟฟิก Adreno 640 เพิ่มประสิทธิภาพด้านกราฟฟิกไปอีก 20% แรงขนาดนี้ก็รับคะแนนจาก AnTuTu ไปถึง 387,851 คะแนน

  • หน้าจอแสดงผล : AMOLED กว้าง 6.39 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ครอบทับด้วย Gorilla Glass 6
  • ขุมพลัง : Qualcomm Snapdragon 855
  • RAM : 6 / 8GB LPDDR 4x บัส 2133MHz
  • ROM : 128GB แบบ UFS 2.1
  • กล้องหลัง 3 เลนส์
    – เลนส์ที่ 1 เซนเซอร์ Samsung S5K3M5 กระจก 6P มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ความละเอียดพิกเซล 1.0um
    – เลนส์ที่ 2 เซนเซอร์ Sony IMX586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ขนาดพิกเซล 1.0um
    – เลนส์ที่ 3 ใช้เซนเซอร์ Sony IMX481 เลนส์เป็นแบบกว้าง Super Wide-Angle รวมกับมาโครเลนส์ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ความละเอียดพิกเซล 1.0um
  • กล้องหน้า : ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล
  • รองรับ 2 ซิม แบบ NanoSIM
  • พอร์ต : USB Type-C
  • รองรับสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • แบตเตอรี่ : 3,330mAh รองรับชาร์จเร็ว 27W และชาร์จไร้สาย 20W

ฟีเจอร์อื่นๆ

  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ เป็นระบบการสแกนรุ่นที่ 5 ที่เพิ่มความแม่นยำและรวดเร็วจากรุ่นก่อน พร้อมกับเพิ่มพื้นที่ในการสแกนมากขึ้น ด้วยเลนส์พิกเซลขนาดใหญ่ 5um
  • ปุ่ม AI เพื่อเรียกใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะ
  • Game Turbo ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม สามารถเล่น PUBG ในความละเอียด HD HDR ด้วยเฟรมเรต 60fps
  • เสา GPS แบบ GPS L2 ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการใช้งาน

Xiaomi Mi 9 จะถูกแบ่งออกเป็น 2 รุ่น โดยรุ่นแรก RAM 6GB + ROM 128GB ราคาอยู่ที่ประมาณ 14,000 บาท และ RAM 8GB + ROM 128GB ราคาอยู่ที่ ประมาณ 15,500 บาท ซึ่ง Xiaomi Mi 9 จะมีให้เลือก 3 สีคือ สีฟ้า (Ocean Blue) , สีเทา (Piano Black) และสีม่วงอมชมพู (Lavender Violet)

ภาพโดย

www.news.siamphone.com

 

รีวิว iPhone XS Max สมาร์ทโฟนตัวท็อป พร้อมการอัพเกรดของใหม่ที่คุณอาจไม่รู้จัก

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

iPhone XS Max สมาร์ทโฟนที่มีหน้าหน้าจอใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาจาก Apple ด้วยขนาดจอ 6.5 นิ้ว เป็นแผง OLED ที่มีขอบจอบางลงกว่าเดิม ตอบปัญหาคนที่อยากได้จอที่ใหญ่มากกว่า iPhone X รวมทั้ง iPhone XS โดยมีการปรับแต่งในเรื่องของกล้อง ลำโพงที่ดังกว่า และก็แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น

สรุปข้อมูลและรวมสเปค iPhone XS Max

  • กรอบตัวเครื่องสแตลเลสสตีล กระจกหน้า-หลัง สามารถกันน้ำได้มาตรฐาน IP68 โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Space Gray, Gold และ Silver
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.5 นิ้ว OLED ขอบหน้าจอบางลง ความละเอียด 1242 x 2688 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ iOS 12
  • ชิปเซ็ต Apple A12 Bionic (7nm) และมี Apple NPU รุ่นที่ 2
  • ความจุตัวเครื่อง 64/256/512GB (ไม่รองช่องเพิ่มหน่วยความจำภายนอก)
  • กล้องหลังคู่ 12 ล้านพิกเซล (Wide Angle) รูรับแสง f/1.8 พร้อมระบบกันสั่น OIS และเลนส์ Telephoto รูรับแสง f/2.4 มีระบบกันสั่น OIS
  • รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K @60fps และ 1080p @240fps
  • กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 รองรับการบันทึกวิดีโอ [email protected]
  • รองรับการเชื่อมต่อ Dual SIM, 4G LTE (1 Gbps), Wi-Fi a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, Lightning port, GPS และ NFC (พร้อมตัวอ่าน)
  • แบตเตอรี่รองรับการชาร์จไร้สาย
  • ปลดล็อคด้วย Face ID
  • ลำโพงสเตอริโอ

รูปลักษณ์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล iPhone XS Max

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ข้อมูลเพิ่มเติม

iPhone XS Max มีขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่พอกับ iPhone 8 Plus แม้กระนั้นการออกแบบแบบใหม่ที่ทำให้ขอบจอบางลง ก็เลยทำให้ได้พื้นที่จอแสดงผลลัพธ์ที่ใหญ่มากขึ้น พูดได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่มีหน้าหน้าจอใหญ่ที่สุดจาก Apple ในตอนนี้

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ต่างอะไรไปจาก iPhone XS มีเพียงแค่ขนาดตัวเครื่องที่แตกต่างกันเพียงแค่นั้น โดยกรอบตัวเครื่องเป็นสแตนเลสสตีลที่มีความมันเงาสูง รวมทั้งฝาข้างหลังเป็นกระจกที่มีขอบโค้งมนแบบ 2.5D ซึ่งเป็นของใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนใน X-Series เป็นตัวเครื่องสีทองคำนั่นเอง

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

สำหรับเกรดของกระจกพื้นที่ Apple เลือกประยุกต์ใช้งานกับ iPhone XS Max เป็นกระจกนิรภัยเป็นกระจกที่แข็งแรงที่สุดในสมาร์ทโฟน ซึ่งหลายท่านคงจะได้มองเห็นการทดลอง Drop Test จากหลายสื่อบน YouTube กันไปแล้ว แล้วก็มีการฉาบ Oleophobic ให้ผิวสัมผัสที่ลื่น ลดการเกิดรอยเปื้อนรอยนิ้วมือได้มากกว่าสมาร์ทโฟนที่มีการฉาบสารประเภทนี้ แต่ว่าก็จำต้องสารภาพว่าวัสดุกระจกจะทิ้งคราบเปื้อนรอยนิ้วมือได้ง่ายอยู่แล้ว

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

รุ่นนี้ยังเป็นรุ่นแรกจาก Apple ด้วยที่มีการอัพเกรดตัวเครื่องให้สามารถกันน้ำได้ตามมาตรฐาน IP68 แต่ว่าบนหน้าเว็บก็ระบุชัดเจนว่าไม่ชี้แนะให้ใช้งานใต้น้ำ เพราะเหตุว่ามิได้อยู่ภายใต้การรับรองความเสื่อมโทรม เพราะฉะนั้นฟีเจอร์นี้ถูกใส่มาให้ก็เพื่อคุ้มครองป้องกันในยามฉุกเฉินอย่างกับสมาร์ทโฟนหลายๆรุ่นในตลาด

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

จอแสดงผลลัพธ์ของ iPhone XS Max มีขนาด 6.5 นิ้ว เป็นแผงจอ OLED หน้าจอนี้ถูกประยุกต์ใช้งานกับ iPhone X เป็นรุ่นแรก แต่ว่าในรุ่นใหญ่ใหม่ปัจจุบันมีอัตราส่วนจอ 19.5:9 ซึ่งเป็นจอแบบยาว ความละเอียด 1242 x 2688 พิกเซล รองรับเทคโนโลยีการแสดงผล HDR10 และก็ Dolby Vision รวมทั้งรองรับแรงกดด้วยเทคโนโลยี 3D Touch ก็ยังมีให้ใช้งานเหมือนกัน

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

เหนือจอมีเลนส์กล้องถ่ายรูปหน้า 7 ล้านพิกเซล ระบบสแกนบริเวณใบหน้า Face ID รวมทั้งลำโพงสำหรับพูดคุยซึ่งใช้เป็นลำโพงตัวที่ 2 สำหรับในการขับเสียงแบบสเตอริโอร่วมกับลำโพงหลักที่อยู่ขอบข้างล่างตัวเครื่อง

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ขอบด้านล่างหน้าจอมีไมโครโฟน พอร์ตเชื่อมต่อ Lightning และลำโพง

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ขอบด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มปิดเสียง

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ขอบทางขวามีปุ่ม Power รวมทั้งถาดใส่ซิมขนาด Nano SIM ปริมาณ 1 ช่อง โดยรุ่นโมเดลที่วางขายในไทยจะเป็นรุ่น Dual SIM ที่มี eSIM อยู่ในเครื่อง สามารถไปเปิดใช้งานร่วมกับผู้ให้บริการโครงข่ายในไทยได้ (รอคอยอัพเดทการเปิดใช้งานจาก Apple และก็ค่ายต่างๆ)

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ข้างหลังตัวเครื่องมีเลนส์คู่กล้องถ่ายภาพแนวดิ่งความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เท่ากันทั้ง 2 เลนส์ และเป็นเลนส์คนละประเภท โดยเลนส์หลัก Wide Angle แม้ว่าจะมีความละเอียดเหมือนเดิมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แม้กระนั้นมีการปรับแก้ใหม่ที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอาจจะไม่รู้ รูปถ่ายที่ได้มีความแหลมคมชัดและก็สว่างมากยิ่งขึ้น รวมถึงอีกเลนส์ Telephoto สำหรับซูมระยะไกล แล้วก็แฟลชถ่ายรูป Quad-แอลอีดี

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน iPhone XS Max

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

สำสำหรับใบหน้าของอินเตอร์เฟซบน iPhone XS Max ไม่มีความแตกต่างไปจาก iPhone รุ่นอื่นๆโดยมาพร้อมระบบปฏิบัติการ iOS 12 ตั้งแต่แกะออกมาจากกล่อง ไม่เหมือนกันกับสมาร์ทโฟน Android ที่จะมีความแตกต่างออกไปพบกมาจากคนละค่าย

iPhone XS Max ReviewiPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ฟีเจอร์ใหม่ๆใน iOS 12 ที่เพิ่มเข้ามา อย่างเช่น Grouped Notifications, Screen Time, โหมด DND ที่ดีขึ้นกว่าเดิม, แสดงเนื้อหาการใช้แรงงานแบตเตอรี่ แล้วก็อื่นๆซึ่ง iPhone ในปีนี้เป็น Series ที่จบสมาร์ทโฟนที่มีปุ่มโฮม Touch ID อย่างเป็นทางการ ทุกรุ่นใช้ระบบ Face ID สำหรับการปลดล็อคจอ แล้วก็ใช้อิริยาบถสำหรับเพื่อการสั่งงานฟังก์ชั่นต่างๆ

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ iPhone XS Max จะสามารถแสดงผลได้มากกว่า iPhone รุ่นเก่า ไม่ต้องเลื่อนหน้าจอบ่อยๆ เมื่อเข้าอ่านข้อความหน้าเว็บไซต์หรือเข้าเมนูตั้งค่าก็จะเห็นเมนูได้มากกว่า โดยรอยบากบริเวณขอบหน้าจอยังคงเป็นสิ่งที่อาจสร้างความเกะกะสายตาเวลาใช้งานอยู่บ้าง แต่เมื่อใช้งานไปสักพักหรือเคยใช้ iPhone X มาก่อนก็อาจคจะชินได้ไม่ยาก เพราะในปัจจุบันสมาร์ทโฟนทางฝั่ง Android ต่างก็มีดีไซน์ในรูปแบบนี้เช่นเดียวกัน

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

จอ OLED ของ iPhone XS Max รองรับการแสดงผล HDR10 รวมทั้ง Dolby Vision ที่ให้ภาพสีสันแจ่มใสรวมทั้งชัดแจ๋วมากยิ่งกว่าเดิม คงจะประทับใจคนที่ชอบใจการดูหนังบน Netflix หรือ YouTube รวมทั้งแอพวิดีโออื่นๆที่ช่วยเหลือสมาร์ทโฟนแบบใหม่นี้ โดยลำโพงหน้าที่ให้สำหรับขับเสียงออกมาแบบสเตอริโอร่วมกับลำโพงหลัก จากการใช้แรงงานพบว่าเสียงดังมากยิ่งกว่าเดิม เวลาดูหนังหรือเล่นเกมก็ได้มิติของเสียงซ้ายขวาเยอะขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งในการใช้งานร่วมกับหูฟังที่แถมมาในกล่องจะเป็นหูฟังพอร์ต Lightning ไม่ต้องมีตัวแปลง 3.5mm to Lightning แล้ว

iPhone XS Max Review

สำหรับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยด้วย Face ID จากการใช้แรงงานพบว่าปฏิบัติงานได้รวดเร็วทันใจมากยิ่งกว่าเดิมกว่าเดิมเมื่อเทียบกับ iPhone X ซึ่งคงจะมาจากชิพ NPU แบบใหม่ที่มาพร้อมทั้ง Apple A12 แล้วก็ช่วงนี้บน iOS 12 สามารถบันทึกบริเวณใบหน้าได้ 2 บริเวณใบหน้าแล้ว

ประสิทธิภาพและการเล่นเกม iPhone XS Max

iPhone XS Max Review Benchmark

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

iPhone XS Max ใช้ชิพประเมินผลตัวใหม่ Apple A12 Bionic แนวทางการผลิตที่ 7nm ทำให้มีปริมาณทรานซิสเตอร์ต่อพื้นที่ใส่ 1 ตารางเซนติเมตรสูงขึ้นยิ่งกว่า Apple A11 ซึ่งแน่ๆว่าทำให้สมรรถนะสำหรับเพื่อการประเมินผลนั้นดียิ่งขึ้นอย่างแจ่มแจ้ง โดยมีซีพียู Hexa-core และก็แรม 4GB ซึ่งผลของการทดลอง AnTuTu ซึ่งเป็นการทดลองภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม แล้วก็คุณภาพหลักการทำงานของหน่วยประเมินผลกราฟิกหรือจีพียู ทำแต้มรวมได้มากถึง 328,258 คะแนน ระดับคะแนนนับว่าทำเป็นสูงมากมาย

iPhone XS Max Review Benchmark

ผลของการทดลองด้วย Geekbench 4 เพื่อทดลองความสามารถการทำงานรวมทั้งการประมวลผล การทดลองนี้จะกระทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งได้เป็น 2 แบบเป็น Single-Core แล้วก็ Multi-Core ถ้าได้คะแนนยิ่งสูงคุณภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดลองของ iPhone XS Max ทำสกอร์ Single-Core ได้ 4,788 รวมทั้ง Multi-Core ทำเป็น 11,257 คะแนน ผลคะแนนดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าทั้งยัง iPhone X แล้วก็ iPhone 8

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ทดลองเล่นเกม PUBG Mobile อีกหนึ่งเกมที่กำลังได้รับความนิยมเดี๋ยวนี้ ซึ่งเป็นเกมที่อยากทั้งยังความลื่นไหล จำต้องใช้การควบคุมแนวทาง และก็ความเที่ยงตรงสำหรับเพื่อการกำหนดเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่พบอาการกระตุกทั้งยังการเล่นในโหมดกราฟิกในระดับที่ถือว่าสูง แล้วก็ภาพความละเอียดสูง

กล้องถ่ายรูป iPhone XS Max

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

iPhone XS Max มีกล้องถ่ายรูปข้างหลังเลนส์คู่ 12 ล้านพิกเซล, f/1.8 เป็นเลนส์ 26mm (Wide Angle) ระบบจุดโฟกัสแบบ PDAF แล้วก็อีกเลนส์ 12 ล้านพิกเซล f/2.4 เป็นเลนส์ 52mm (Telephoto) ระบบจุดโฟกัสแบบ PDAF แล้วก็สามารรถยนต์ซูมได้ 2 เท่าแบบ Optical zoom ซึ่งเลนส์ทั้งยัง 2 ตัวมีกันสั่นแบบ OIS ด้วย ส่วนแฟลช Quad-แอลอีดี เป็นไฟแบบ Dual-tone

iPhone XS Max Wind Angle Camera

รูปถ่ายธรรมดาในโหมดออโต้ของ iPhone XS Max พบว่าเป็นเลนส์ที่มีมุมกว้างกว่าเมื่อเทียบกับ iPhone X ซึ่งเป็นเลนส์ 28mm ทำให้หลายท่านบางทีอาจรู้สึกว่าตัวกล้องถ่ายภาพมิได้มีการอัพเกรดอะไรก็แล้วแต่ไปจากเดิม แต่ว่าอันที่จริงแล้วมุมภาพที่ถ่ายได้ในแบบใหม่มีความกว้างมากยิ่งกว่าพอเหมาะพอควร

iPhone XS Max Wind Angle CameraiPhone XS Max Wind Angle Camera

iPhone XS Max Wind Angle Camera

ตัวกล้องถ่ายรูปยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Smart HDR หรือ HDR อัจฉริยะที่จะถ่ายรูป 4 เฟรมแล้วรวมเป็นภาพเดียวอัตโนมัติ ทำให้เนื้อหาของภาพมีความแหลมคมชัดรวมทั้งตอนแสงสว่างของภาพก็จะมีความสว่างเยอะขึ้นด้วย
กล้องถ่ายภาพของ iPhone XS Max สามารถถ่ายรูปในโหมด Portrait ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เลนส์ Telephoto เข้ามาช่วยเก็บระยะชัดลึกชัดตื้น ซึ่งเป็นความสามารถของ ISP ที่มี Depth Mapping และก็ชิพ NPU ตัวใหม่ใน Apple A12 ที่ทำให้การถ่ายรูปในโหมด Portrait ใช้เพียงแค่กล้องถ่ายรูปข้างหลังเพียงแค่เลนส์เดียว และก็ดำเนินงานร่วมกับ HDR ได้ด้วย

จากการทดลองการใช้เลนส์เดียวในโหมด Portrait โดยการใช้นิ้วปิดเลนส์ Telephoto พบว่า iPhone XS Max สามารถถ่ายรูปในโหมด Portrait ได้ ในเวลาที่ iPhone X รุ่นปีที่ผ่านมา เมื่อปิดเลนส์ Telephoto พบว่าการจุดโฟกัสจะเบลอน้อย หรือถ้าหากจุดโฟกัสได้แล้วเมื่อถ่ายรูปออกมาก็จะไม่เป็นภาพที่ถ่ายจากโหมด Portrait หากแม้ตอนถ่ายจอจะขึ้นเนื้อความสีเหลืองว่าเป็นการถ่ายในโหมดนี้ก็ตาม

iPhone XS Max Review

สำหรับรูปถ่ายจากโหมด Portrait สามารถปรับค่ารูรับแสงสว่างเพื่อละลายเบื้องหลังได้แล้วหลังจากที่ถ่ายภาพตั้งแต่ f/1.4 ไปจนกระทั่ง f/16 แล้วก็สำหรับ iOS 12.1 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดลองนั้น สามารถปรับค่ารูรับแสงสว่างได้แบบเรียลไทม์ก่อนถ่ายรูป

iPhone XS Max ReviewiPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

กล้องถ่ายรูปหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง f/2.2 จากการใช้แรงงานพบว่าถ่ายรูปได้ไวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็มาจาก ISP ตัวใหม่ที่ใส่มาให้ในรุ่นนี้ รวมถึงภาพเซลฟี่มีความสว่าง และก็มีความรู้สึกว่าผิวหน้ามีความเนียนมากยิ่งกว่าเดิมด้วยเมื่อเทียบกับ iPhone X

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

นอกจากนี้แล้ว HDR Smart ยังทำงานนร่วมกับกล้องหน้าด้วย ทำให้ภาพเซลฟี่มีความสวยงามและยังให้รายละเอียดของฉากหลังที่ครบถ้วน รวมไปถึงทำงานกับโหมด Portrait ได้เช่นกัน เพื่อให้ได้ภาพเซลฟี่ที่มีความโดดเด่นด้วยการเบลอฉากหลัง และการคอนทราสต์ที่ดีกว่าการถ่ายภาพโดยปิด HDR

ตัวอย่างภาพถ่าย

iPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอ OLED มีความคมชัดและสีสันสวย ขอบจอบางลง และมีตัวเครื่องสีทอง ดีไซน์กรอบสแตนเลสสตีลมีความันเงาสวยงาม
  • รุ่นใหม่มีแรมมากกว่าเดิม และใช้ชิพตัวใหม่ A12 การใช้งานทั่วไปทำงานได้รวดเร็วขึ้น และเล่นเกมต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลังเลนส์คู่ที่ให้มุมได้กว้างมากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับ iPhone X ทำงานได้รวดเร็วทั้งระบบโฟกัส ประมวลผลภาพ และเก็บรายละเอียดแสงได้ดีมากขึ้น
  • รองรับการบันทึกวิดีโอ [email protected] และสามารถบันทึกเสียงแบบสเตอริโอที่ให้มิติของเสียงสมจริงมากขึ้น
  • กันน้ำมาตรฐาน IP68

ภาพโดย

www.iphone-droid.net

รีวิว Samsung Galaxy Note 9 มาพร้อม S Pen สุดล้ำใช้เป็นรีโมท กล้องถ่ายภาพคู่ 2 รูรับแสงสว่างพร้อม AI แบตอึด รองรับความจุไดถึง1TB

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

เปิดตัวแล้วก็วางขายในประเทศไทยไปเป็นที่เป็นระเบียบแล้วสำหรับ Samsung Galaxy Note 9 สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ ซึ่งคราวนี้จัดเต็มด้วยคุณลักษณะที่ครบถ้วน เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะสูงที่สุดรุ่นหนึ่งของ Samsung และก็ความเคลื่อนไหวที่สำคัญคราวนี้อยู่ที่ปากกา S Pen ที่นอกเหนือจากที่จะเขียนได้ลื่นไหล ยังมี Bluetooth ในตัว สำหรับใช้เป็นรีโมทควบคุมแล้วก็สั่งงาน Galaxy Note 9 ได้

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้อมูลเพิ่มเติม

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ตัวกล่องของ Galaxy Note 9 นั้นจุดเด่นที่รูปของปากกา S Pen พร้อมเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆที่ให้มาอย่างพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเข็มจิ้มถาดใส่ซิม คู่มือแนะนำแนวทางการใช้งานพื้นฐาน เคสใส สาย USB Type-C อะแดปเตอร์ หูฟังจาก AKG รวมถึง USB Connector

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

Samsung Galaxy Note 9 มาพร้อมกับจำสำหรับแสดงผลออกแบบ Infinity Display ที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนน้อย แต่ว่าขนาดบอดี้นั้นมีความใกล้เคียงกันมากมาย โดยใช้จำสำหรับแสดงผล Super AMOแอลอีดี ขอบโค้ง ความละเอียด 2960 x 1440 พิกเซล ขนาด 6.4 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 18.5:9

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

แน่ๆว่ามาพร้อมฟีเจอร์ที่วางแบบมาเพื่อดำเนินงานร่วมกับปากกา S Pen ได้อย่างเร็ว รวมทั้งฟีเจอร์ Always On Display ก็ทำงานร่วมกับปากกา S Pen ด้วย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

สำหรับจอแสดงผลของ Galaxy Note 9 ได้รับคำกล่าวชมเชยจาก DisplayMate ว่าเป็นการแสดงผลที่เหมาะสมที่สุด และก็ได้รับการเสนอแนะจาก YouTube ว่าเป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่เหมาะกับการรับดูวีดีโอบน YouTube ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

สำหรับจอแสดงผลจะใกล้กับลำโพงที่ใช้พูด และก็ดำเนินการร่วมกับลำโพงข้างล่างเพื่อเสียงในระบบสเตอริโอ ใกล้กันมีกล้องถ่ายรูปเซลฟี่ 8 ล้านพิกเซล รวมทั้งจัดตั้งเซ็นเซอร์ต่างๆมาให้ครบบริบรูณ์ ไม่ว่าจะตรวจค้นแสงสว่างหรือวัดระยะห่าง แล้วก็ Iris Sensor สำหรับสแกนดวงตา

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้างหลังจะเห็นความต่างระหว่าง Galaxy Note 9 กับรุ่นก่อนได้อย่างเห็นได้ชัด โดยแบบใหม่มีการย้ายเซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือมาไว้ใต้กล้องถ่ายรูปคู่ข้างหลัง ส่วนแฟลช แอลอีดี กับเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ อยู่ภายใต้กรอบเดียวกับกล้องถ่ายภาพคู่ข้างหลัง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบข้างๆมีความบาง 8.8 มม. ดูจากสายตาแยกไม่ออกแน่ๆว่ามีความดกกว่ารุ่นเดิมอยู่น้อย (Galaxy Note 8 บาง 8.6 มม.) เพราะเหตุว่าด้านในใส่แบตเตอรี่มาให้เยอะแยะกว่าเดิมนั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ตำแหน่งการวางปุ่มต่างๆที่ส่วนขอบข้างๆยังคงดังเดิม ฝั่งซ้ายมือจะมีปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่ม Bixby อีกฝั่งมีเพียงแค่ปุ่มเพาเวอร์

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้างบนจะเจอกับถาดใส่การ์ด รองรับ 2 ซิมการ์ดแบบไฮบริด เป็นช่อง SIM2 จำเป็นต้องเลือกใส่ระหว่างซิมการ์ด หรือการ์ด MicroSD โดยรองรับปริมาตรสูงสุด 512GB ตอนที่ปริมาตร ROM ก็มีให้เลือกระหว่าง 128GB กับ 512GB ส่วนอีกมุมหนึ่งมีรูไมค์สำหรับลดเสียงดังรบกวนรอบกาย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้างล่างประกอบไปด้วยช่องแจ็คหูฟัง 3.5 มม., พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C, ไมค์, ลำโพงที่ได้รับการแก้ไขเสียงโดย AKG ให้เสียงในระบบสเตอริโอ (ขับเสียงพร้อมลำโพงข้างบน) แล้วก็มุมสุดเป็นช่องเก็บปากกา S Pen ที่พร้อมใช้งานเมื่อดึงออกมา

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

Samsung Galaxy Note 9 ที่เข้ามาวางจำหน่าายในประเทศไทย จะมีให้เลือก 3 สี เป็น สีดำ มาพร้อมปากกา S Pen สีดำทั้งด้าม, สีน้ำตาลหรือสีทองแดง มาพร้อมปากกา S Pen ในโทนสีเดียวกัน รวมทั้งสีน้ำเงิน มีความพิเศษกว่าที่ปากกา S Pen เป็นสีเหลือง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ปากกา S Pen ของ Galaxy Note 9 มีความพิเศษกว่าทุกรุ่นที่เคยมีมา เพราะว่ารองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth แบบ Low-Energy ซึ่งก็คือ นอกเหนือจากการที่จะใช้วาด เขียน หรือเขียนโน้ตเหมือนแต่ก่อน ยังสามารถใช้เป็นรีโมทควบคุมการทำงานบางสิ่งของสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย และก็สามารถควบคุมสมาร์ทโฟนได้จากระยะไกลในรัศมีไม่เกิน 10 เมตร ชาร์จผ่านช่องแทงปากกาเพียงแค่ 40 วินาที ก็ใช้งานได้แบบสม่ำเสมอนานถึง 30 นาที

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

S Pen สามารถใช้เป็นรีโมทกดถ่ายรูปได้ ช่วยทำให้ถ่ายรูปเซลฟี่ได้ไกลกว่าที่เคย ไม่ต้องเหยียดแขนให้สุดอีกต่อไป เพียงแต่หาที่วางสมาร์ทโฟน แล้วดึงปากกาออกมาเพื่อใช้กดชัตเตอร์ที่ปุ่มบน S Pen สามารถสลับไปใช้กล้องถ่ายรูปหน้ากับกล้องถ่ายรูปข้างหลังได้อย่างไม่ยากเย็นเพียงแค่กดปุ่มบนปากกาชิดกัน 2 ครั้ง โดยไม่ต้องกดปุ่มที่จอให้ยุ่งยาก แน่ๆว่าวิธีการนี้จะมีผลให้การถ่ายรูปเซลฟี่กับสหายๆมีความสบายเยอะขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถกดค้างปุ่มที่ปากกาเพื่อใช้เป็นทางลัดเปิดแอพกล้องถ่ายภาพได้อย่างเร็ว

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

คุณสามารถพรีเซ็นท์งานได้อย่างสะดุดตาไม่ซ้ำใคร Samsung Galaxy Note 9 สามารถใช้งานโหมด Samsung DeX ได้สบายเพิ่มขึ้น ใช้เพียงแค่ HDMI adapter ชิ้นเดียวก็สามารถต่อจอภาพข้างนอกได้ในทันที และก็พรีเซ็นท์งานผ่านแอพ Microsoft PowerPoint เมื่ออยากเปลี่ยนแปลงสไลด์หรือแผ่นงาน ก็สามารถกดปุ่มที่ S Pen ได้โดยทันที

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ปากกา S Pen ยังสามารถระบุได้ว่าเมื่อกดปุ่มค้างจะให้เรียกแอพพลิเคชั่นใดใน Galaxy Note 9 ขึ้นมา ที่สามารถใช้ได้กับทุกแอพพลิเคชั่น ยิ่งกว่านั้นปากกา S pen สามารถใช้กดเพื่อเล่นหรือหยุดเล่นวีดีโอใน YouTube หรือจะกดผ่านไปเล่นคลิปวีดีโอต่อไปก็ได้ สามารถใช้ควบคุมการเล่นเพลงได้เหมือนกัน รวมถึงการดูรูปภาพใน Gallery

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

S Pen กับ Galaxy Note 9 ดีไซน์มาให้ใช้งานได้อย่างเร็ว เสมือนปากกาและก็กระดาษทั่วๆไป ตราบเท่าที่สมาร์ทโฟนอยู่ในโหมดสแตนด์บาย (มิได้ดับเครื่อง) สามารถดึง S Pen ออกมาก็เขียนโน้ตบนจอได้ในทันที หลังจากนั้นสามารถปักหมุดให้แสดงผลลัพธ์ในโหมด Always On Display หรือเก็บเอาไว้ภายใน Samsung Notes โดยเหตุนั้น เมื่อมีความรู้สึกว่าจึงควรทำอะไรก็สามารถเขียนไอเดียได้ในทันที

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

แบตเตอรี่มีปริมาตร 4,000mAh เพิ่มจากรุ่นก่อนที่ให้มา 3,300mAh ก็เลยให้พลังงานพอเพียงทั้งวัน หรือถ้าหากใช้งานอย่างมาก ก็สามารถชาร์จไฟเตอปรี่ให้เต็มได้อย่างเร็ว ด้วยเหตุว่ารองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว ไม่ว่าจะชาร์จผ่าน Power Adapter ที่แถมมาให้ในกล่อง หรือชาร์จกับวัสดุอุปกรณ์ชาร์จไร้สาย แต่ว่าอย่างข้างหลังจำต้องซื้อเพิ่ม

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ชิปประเมินผลของ Samsung Galaxy Note 9 ถูกทำออกมา 2 เวอร์ชั่น สำหรับเวอร์ชั่นที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย จะใช้ชิป Exynos 9810 รุ่นเดียวกับที่ใช้ในรุ่น Galaxy S9 หรือ S9+ แต่ว่าเหนือกว่าด้วยความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 512GB พร้อมรองรับการ์ด MicroSD สูงสุด 512GB ทำให้ Galaxy Note 9 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในตลาดที่ให้พื้นที่เก็บข้อมูลมากถึง 1TB แต่ เวอร์ชั่นที่พวกเราได้เอามาทดลองนั้นเป็นรุ่น RAM 6GB จับคู่กับ ROM 128GB

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

Samsung Galaxy Note 9 มาพร้อมกล้องถ่ายรูปคู่ข้างหลัง 12 + 12 ล้านพิกเซล จำนวนบางครั้งก็อาจจะเหมือนเดิม แม้กระนั้นเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆที่ช่วยทำให้รูปถ่ายออกมาเพอร์เฟ็คเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเลนส์ Wide-angle มีกลไกสำหรับการปรับความกว้างของรูรับแสงสว่างแบบอัตโนมัติ ระหว่าง F1.5 กับ F2.4 เมื่อถ่ายรูปในภาวะแสงสว่างธรรมดา จะใช้ F2.4 แม้กระนั้นเมื่อถ่ายรูปในที่แสงสว่างน้อยจะปรับเป็น F1.5 ส่วนเลนส์ Telephoto มีขนาดรูรับแสงสว่าง F2.4 รองรับการซูมออฟตำหนิคอล 2 เท่า ลดภาพเบลอด้วยระบบทดแทนการสั่นไหว OIS แบบคู่ แล้วก็มี Super Speed Dual Pixel ช่วยทำให้จับจุดโฟกัสได้อย่างเร็ว

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

โหมดถ่ายรูปต่างๆจากเรือธงรุ่นก่อนยังคงมีมาให้ดังเดิม ทั้งยัง Live focus, HDR, Pro, Panorama, Super Slow Motion แม้กระนั้นกล้องถ่ายภาพของ Galaxy Note 9 มีความฉลาดมากขึ้น สามารถปรับค่ากล้องถ่ายรูปตามฉากหรือวัตถุที่ตรวจหาได้ เจาะจงได้ถึง 20 โหมด เข่น ของกิน, ภาพบุคคล, ดอกไม้, สัตว์, ทิวภาพ, ท้องทุ่ง, ต้นไม้, ฟ้า, เทือกเขา, ริมหาด, ดวงอาทิตย์ขึ้นรวมทั้งดวงอาทิตย์ตก, ถนนหนทาง, ชายน้ำ, ฉากค่ำคืน, น้ำตก, แสง, เนื้อความ ฯลฯ

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ไม่เพียงเท่านั้น กล้องถ่ายภาพของ Galaxy Note 9 ยังสามารถตรวจข้อเสียที่อาจจะเป็นผลให้รูปออกมาไม่สวยซักเท่าไหร่ อย่างการตรวจจับการกระพริบตา หรือ ภาพเบลอ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายรูปใหม่ได้ในทันที ลองนึกภาพว่าหากไปถ่ายรูปกับสถานที่เที่ยวต่างๆแล้วพอกลับมาเช็ครูปที่บ้าน พบว่าคนภายในภาพหลับตาอยู่หรือภาพเบลอก็น่าจะเสียดาย จะเดินทางกลับไปถ่ายใหม่ก็ไม่ใช่ง่าย ด้วยเหตุผลดังกล่าว การแจ้งเตือนจะช่วยทำให้ผู้ใช้งานถ่ายรูปใหม่ได้โดยทันที ทั้งยังยังสามารถแจ้งเตือนเมื่อพบว่าเลนส์กล้องถ่ายรูปมัว หรือถ่ายย้อนแสงสว่าง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

กล้องถ่ายรูปเซลฟี่ 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง F1.7 สามารถถ่ายเซลฟี่ได้ถนัดขึ้น เนื่องจากสามารถกดชัตเตอร์ได้จากปากกา S Pen ไม่ต้องขอให้คนไหนช่วยถ่ายรูปอีกต่อไป เพียงแต่หาที่วาง Galaxy Note 9 แล้วเขยิบออกได้ไกลถึง 10 เมตร หลังจากนั้นก็กดถ่ายรูปด้วยปุ่มบน S Pen นอกจากนั้น ยังรองรับ AR Sticker และก็ AR Emoji ราวที่เคยประยุกต์ใช้กับ Galaxy S9 series แต่ว่าสามารถใช้ S Pen ตกแต่งเพิ่มได้ รวมทั้งสามารถบันทึกวีดีโอด้วยกล้องถ่ายรูปเซลฟี่ในความละเอียดสูงสุด QHD (2560 x 1440 พิกเซล)

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

อย่างที่กล่าวไปแล้วในช่วงต้น Galaxy Note 9 เป็นสมาร์ทโฟนที่ดีเยี่ยมที่สุดของ Samsung ตั้งแต่ผลิตสมาร์ทโฟนออกมา วางแบบพรีเมี่ยมด้วยโลหะประสานกับกระจก กันน้ำได้ตามมายี่ห้อมาตรฐาน IP68 อยู่ในน้ำที่สะอาดที่มีความน้ำลึกไม่เกิน 1.5 เมตร นานสูงสุด 30 นาที สมรรถนะด้านในหากแม้จะใช้ชิปประเมินผลรุ่นเดียวกับ Galaxy S9 series แม้กระนั้นมาพร้อมกับสิ่งใหม่ใหม่หลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบระบายความร้อนที่ช่วยทำให้เล่นเกมได้นานยิ่งขึ้น

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

การปลดล็อคใบหน้าที่ทำได้รวดเร็วและฉลาดกว่าเดิมมาก ซอฟต์แวร์กล้องก็ฉลาดขึ้นกว่าเดิม และที่ขาดไม่ได้ก็คือปากกา S Pen ที่มีความสามารถหลากหลาย ไม่ได้มีไว้แค่วาดเขียนหรือจดโน้ตอีกต่อไป นี่คือสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่ตอบสนองการใช้งานได้ทุกรูปแบบให้ได้ทั้งความบันเทิง และช่วยให้การทำงานคล่องตัวมากขึ้น

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

Samsung Galaxy Note 9 วางขายแล้วในราคา 33,900 บาท โดยเป็นรุ่นขนาด 128GB ส่วนรุ่น 512GB ราคา 39,900 บาท จบท้ายด้วยแบบอย่างรูปถ่ายจาก Samsung Galaxy Note 9 แบบไม่แก้ไขใดๆก็ตามเพียงย่อขนาดลงมาแค่นั้น

 

ภาพโดย

www.flashfly.net

  

รีวิว OPPO R17 Pro ยอดเยี่ยมสมาร์ทโฟนที่ปี ออกแบบสุดสวย สแกนนิ้วบนหน้าจอ กล้องถ่ายรูปข้างหลัง 2 รูรับแสงสว่าง โหมดถ่ายรูปค่ำคืนขั้นเทวดา ชาร์จเร็วที่สุดในโลก

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

มาแล้วรีวิวฉบับเต็มของ OPPO R17 Pro ภายหลังที่ดูพรีวิว และก็การใช้แรงงานโหมดถ่ายรูปยามค่ำคืนด้วยโหมดเวลากลางคืน Ultra Night Mode แบบไม่ใช้ขาตั้งกล้องถ่ายภาพกันไปแล้ว ทำให้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอยากทราบว่าแล้วฟีพบร์อื่นๆของรุ่นนี้จะมีอะไรที่น่าดึงดูดอีกบ้าง ซึ่งคณะทำงาน @flashfly จะต้องบอกเลยว่าจัดเต็มเกินราคาค่าจ้างเป็นอย่างมาก

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ไม่ใช่เพียงแค่วางแบบงดงาม แม้กระนั้นยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี สำหรับ OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมแบบใหม่ปัจจุบันที่ OPPO พึงใจเสนอ มาพร้อมระบบสแกนลายพิมพ์นิ้วมือบนจำสำหรับแสดงผล เทคโนโลยีชาร์จเร็ว SuperVOOC Flash Charge กล้องถ่ายรูปข้างหลัง 3 ตัว แล้วก็การออกแบบที่สะดุดตา

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้อมูลเพิ่มเติม

OPPO R17 Pro ได้รับการออกแบบมาอย่างงดงาม ด้วยสี Radiant Mist ที่มีการไล่เฉดสีจากสีฟ้าไปพบสีม่วง มาพร้อมกระจก 3D ทำให้ผิวมีชีวิตชีวาที่ต่างๆนาๆตามมุมของแสงสว่างที่มากระทบ โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตถึง 15 ขั้นตอน อีกทั้งการเคลือบผิว ขัดมัน ชุบโลหะด้วยกระแสไฟฟ้า แล้วก็ยังมีสีเขียว Emerald Green ให้เลือกด้วย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

OPPO R17 Pro มาพร้อมกับจำสำหรับแสดงผล AMOแอลอีดี (2340 x 1080 พิกเซล) ขนาด 6.4 นิ้ว ขอบจอบางเป็นพิเศษ ทำให้รูปทรงจอกว้างถึง 91.5% โดยมีรอยบากทรงหยดน้ำ รวมทั้งครอบทับด้วยกระจกแบบใหม่ Corning Gorilla Glass 6 ที่มีความคงทนกว่ากระจกรุ่นก่อนถึง 2 เท่า

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ภายใต้จำสำหรับแสดงผลยังจัดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือมาให้ด้วย ใช้ปลดล็อคสมาร์ทโฟนราวกับเซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือทั่วๆไป สามารถปลดล็อคได้อย่างเร็ว หรือจะใช้ฟีพบร์ Face Unlock ปลดล็อคด้วยการมองกล้องถ่ายรูปเซลฟี้ก็ทำเป็นเช่นเดียวกัน

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

กล้องถ่ายภาพเซลฟี้ 25 ล้านพิกเซล จัดตั้งเอาไว้ภายในรอยบาก รวมทั้งเหนือรอยบากมีลำโพงหูฟัง ที่น่าดึงดูดก็คือ OPPO R17 Pro ยังจัดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจหาแสงสว่างมาให้ด้วย แม้กระนั้นแอบซ่อนไว้ทางขวา เพื่อจำสำหรับแสดงผลมีพื้นที่กว้างที่สุด แม้กระนั้นยังสามารถปรับแสงไฟตามสิ่งแวดล้อมได้อัตโนมัติ นอกเหนือจากเซ็นเซอร์ตรวจค้นแสงสว่างยังมีเซ็นเซอร์ตรวจระยะห่างด้วยรังสีอินฟาเรดมาให้ด้วยเหมือนกัน โดยใช้เทคโนโลยีลักษณะเดียวกันกับ OPPO Find X ช่วยเปิด-ปิดจำสำหรับแสดงผลอัตโนมัติ เมื่อยล้ากสมาร์ทโฟนขึ้นมาเสวนาใกล้หู

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้างหลังจะเจอกับระบบกล้องถ่ายรูป 3 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องถ่ายรูปคู่ 12 + 20 ล้านพิกเซล เสริมด้วยกล้องถ่ายรูป TOF 3D Camera (Time of Flight) แล้วก็ใต้ชุดกล้องถ่ายรูปเป็นแฟลช Dual แอลอีดี

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ส่วนขอบรอบข้างเครื่องใช้สอยสิ่งของอลูมินัมอัลลอย ออกแบบโค้งมน มีความบาง 7.9 มม. จัดตั้งปุ่มเพาเวอร์ด้านซ้ายของตัวเครื่อง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

อีกข้างเป็นปุ่มปรับระดับเสียง แยกปุ่มเพิ่มเสียงกับปุ่มลดเสียงไว้กระจ่าง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้างบนมีรูไมค์ตัวลำดับที่สอง ช่วยตัดเสียงดังรบกวนรอบกาย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้างล่างมีลำโพง, ไมค์ตัวหลัก, พอร์ต USB Type-C รวมทั้ง ถาดใส่ซิมการ์ด รองรับ 2 ซิมขนาดท้องนาโน (ไม่มีช่องใส่การ์ด MicroSD)

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ตำแหน่งการวางลำโพงรวมทั้งพอร์ต USB Type-C ตั้งมั่นวางแบบมาอย่างดีเยี่ยม เพื่อปกป้องนิ้วมือปิดทับในระหว่างใช้งานสมาร์ทโฟนในแนวราบ ระหว่างรับดูคอนเท้นต์วีดีโอหรือเล่นเกม สำหรับพอร์ต USB Type-C ยังสามารถเชื่อมต่อกับสาย HDMI เพื่อส่งภาพที่นำมาจากสมาร์ทโฟนไปแสดงผลลัพธ์บนจอภาพขนาดใหญ่ได้อีกด้วย ผ่านฟีพบร์ Screen Streaming

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

อีกหนึ่งไฮไลท์ของ OPPO R17 Pro ก็คือมาพร้อมได้รับแบตเตอรี่ 2 เซลล์ ปริมาตร 1,850mAh รวมกันเป็น 3,700mAh เกื้อหนุนเทคโนโลยีชาร์จเร็วที่สุดในโลก SuperVOOC Flash Charge (50 วัตต์) ซึ่งชาร์จเร็วกว่า VOOC Flash Charge ของ OPPO ใช้เวลาชาร์จเพียงแต่ 10 นาที ให้พลังงานแบตเตอรี่ถึง 40% หรือชาร์จเพียงแค่ 30 กว่านาครั้งแบตเตอรี่ก็เต็มแล้ว แถมยังไม่เป็นอันตรายแล้วก็ตัวเครื่องไม่ร้อนอีกด้วย ฟีพบร์นี้น่าทึ่งมากมายๆ

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

กล้องถ่ายภาพข้างหลัง 3 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องถ่ายรูปหลัก 12 ล้านพิกเซล ขนาดพิกเซล 1.4 ไมครอน มีความพิเศษซึ่งสามารถปรับขนาดรูรับแสงสว่างได้อัตโนมัติระหว่าง F1.5 กับ F2.4 โดยมีชื่อเรียกว่า Smart Aperture รูรับแสงสว่างอัจฉริยะ เมื่อถ่ายรูปในที่แสงสว่างน้อย ระบบจะเลือกใช้ขนาดรูรับแสงสว่าง F1.5 เพื่อเก็บภาพกลางคืนได้อย่างชัดแจ๋ว

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

และโหมด Ultra Night สำหรับถ่ายรูปในกลางคืนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง และก็ในภาวะแสงสว่างธรรมดาหรือกลางวันจะใช้ขนาดรูรับแสงสว่าง F2.4 กล้องถ่ายรูปตัวหลักยังดำเนินการร่วมกับกล้องถ่ายภาพรอง 20 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง F2.6 ช่วยสำหรับเพื่อการถ่ายรูปโบเก้ในโหมด Portrait

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ระบบกล้องถ่ายรูปข้างหลังของ OPPO R17 Pro ได้รับการออกแบบมาให้ถ่ายรูปในช่วงเวลากลางคืนได้อย่างงดงามชัดเจน นอกเหนือจากการที่จะมีโหมด Ultra Night ยังมีระบบระเบียบประเมินผลภาพ AI Ultra Clear Engine การประมวลผลภาพภายในเวลา 2-4 วินาที รวมภาพรวมทั้งพินิจพิจารณาปรับแสงสว่าง เพื่อสำเร็จลัพธ์ที่ชัดแจ๋ว รวมถึงเทคโนโลยีลดภาพสั่นไหวแบบออปตำหนิคอล หรือ OIS รวมทั้งจับจุดโฟกัสได้อย่างเร็วด้วยระบบ Dual Pixel

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ส่วนกล้องถ่ายรูปตัวที่ 3 เป็นกล้องถ่ายรูป TOF 3D Camera (Time of Flight) ใช้ถ่ายภาพวัตถุหรือสิ่งแวดล้อมได้ถึง 360 องศา โดยการเปล่งแสงรังสีอินฟาเรดไปยังผิวของวัตถุแล้วส่งสัญญาณกลับมายังตัวเซ็นเซอร์ TOF 3D Camera ทำให้กล้องถ่ายรูปข้างหลังของ OPPO R17 Pro สามารถสร้างโมเดล 3 มิติ จากวัตถุที่ปรารถนาได้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกับแอพพลิเคชั่นด้าน AR

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

แล้วก็ยังช่วยถ่ายรูปในโหมด Portrait หรือละลายเบื้องหลังเจริญเพิ่มขึ้น แต่ OPPO จะปลดปล่อยแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวโยงกับเซ็นเซอร์ TOF 3D Camera ออกมาให้อัพเดทในอนาคต

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

สำหรับเพื่อการถ่ายรูปทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน OPPO ได้นำฟีพบร์ AI Scenes Recognition มาช่วยทำให้ปรับค่ากล้องถ่ายรูปให้อัตโนมัติ ตามฉากหรือวัตถุที่กำลังจะถ่าย สามารถกำหนดได้ถึง 23 จำพวก ได้แก่ ดอกไม้, ตะวันขึ้น, ดวงตะวันตก, หมา, บุคคล, ของกิน ฯลฯ รวมทั้งยังมี Color Engine ที่ช่วยแต่งเม็ดสีในทุกพิเซลให้สามารถแสดงสีที่นานาประการในฉากต่างๆทำให้ได้แสงสว่างในรูปภาพที่แสดงออกมาได้ดีเยี่ยม
OPPO R17 Pro ยังช่วยทำให้ผู้ใช้งานถ่ายรูปในโหมด Portrait ให้มองเป็นมือโปรเพิ่มขึ้นด้วย AI Portrait Mode ซึ่งสามารถละลายเบื้องหลังได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเอฟเฟกต์จัดแสงสว่างอย่าง Natural Light, Film Light, Monotone Light ,Bi-color Light ,Canvas Light รวมทั้ง Shake light เมื่อถ่ายด้วยโหมดนี้พวกเราจะสามารถปรับเลือกเปลี่ยนแปลงเอฟเฟกต์จัดแสงสว่างได้ตามใจวันหลังอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

สำหรับผู้ใดกันแน่ที่รักในการถ่ายรูปอย่างเป็นจริงเป็นจัง OPPO R17 Pro ยังเกื้อหนุนฟีพบร์ RAW HDR ไฟล์ที่เป็นไฟล์ภาพแบบอย่าง RAW ที่เป็นรูปต้นฉบับก่อนถูกบีบอัดด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ก็เลยมีคุณภาพสูงเหมาะที่จะนำไปตกแต่งปรับปรุงเสริมเติมด้วยซอฟต์แวร์

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

กล้องถ่ายภาพเซลฟี้ 25 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงสว่าง F2.0 รองรับโหมดถ่ายรูป AI Beauty ปรับแก้บริเวณใบหน้าให้ดูดีอย่างเป็นธรรมชาติด้วยการสแกนบริเวณใบหน้าถึง 296 จุด พร้อม AI ช่วยพินิจพิจารณาจากเพศ อายุ รวมทั้งรูปแบบของผิว ยิ่งไปกว่านี้ยังสามารถถ่ายเซลฟี้ในที่ที่โล่งแจ้งหรือย้อนแสงสว่างได้อย่างชัดเจน ด้วยเทคโนโลยี Sensor-HDR

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

เพิ่มความสนุกสนานด้วยโหมด AR Stickers ใส่เอฟเฟกต์จัดแสงสว่างให้เบื้องหลังได้ มีฟิลเตอร์ให้เลือกหลายแบบ รวมทั้งสามารถสร้างฐานะการ์ตูนจากรูปเซลฟี้ เพื่อใช้เป็นสติกเกอร์เคลื่อนได้ด้วย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

OPPO R17 Pro ดำเนินการบนระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.2 ปฏิบัติงานบนเบื้องต้น Android 8.1 Oreo ใช้ชิปประเมินผล Qualcomm Snapdragon 710 Octa Core 2.2GHz รองรับ Artificial Intelligence (AI) Engine พร้อมจีพียู Adreno 616 ความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 128GB

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ซึ่งสเปกสูงสุดในซีรีย์ R17 ที่ OPPO นำเข้ามาขายในประเทศไทย สามารถทำสกอร์จาก AnTuTu Benchmark แอพวัดสมรรถนะยอดนิยมไปได้ในระดับแสนหกหมื่นคะแนนได้อย่างสบายๆ

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ColorOS 5.2 มากับฟีพบร์ Smart Bar ที่ปรับปรุงขึ้นมาให้ช่วยดำเนินการแบบ Multitasking เพียงแต่ปัดนิ้วมือจากขอบข้างๆของจำสำหรับแสดงผล ก็จะเจอกับ Smart Bar ที่มาพร้อมทางลัดไปสู่แอพพลิเคชั่นโปรดได้ในทันที พร้อมฟีพบร์ถ่ายภาพจอ หรือบันทึกจอเป็นวีดีโอ และก็ยังมีแอพพลิเคชั่น Video Editing ช่วยตัดต่อวีดีโออย่างง่าย มาพร้อม ธีม ฟิลเตอร์ เสียง เนื้อความ ลายน้ำ และก็ เอฟเฟกต์พิเศษต่างๆสำหรับแทรกลงในวิดีโอที่อยากได้

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

OPPO R17 Pro เด่นตั้งแต่การออกแบบที่งดงามให้สีสันไม่ซ้ำใคร ใช้จำสำหรับแสดงผล AMOแอลอีดี ขนาดใหญ่ เหมาะกับการรับดูคอนเท้นต์วีดีโอ ชิปประเมินผลแบบใหม่เล่นเกมได้อย่างเต็มรูปแบบ รองรับการทำงานหลายประเภทพร้อมด้วย RAM 8GB แบตเตอรี่ชาร์จเร็วที่สุดในโลก Super VOOC Flash Charge ที่ตอนแรกมีเฉพาะในรุ่นราคาห้าหมื่นบาทเพียงแค่นั้น เดี๋ยวนี้สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาน้อยยิ่งกว่าครึ่ง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

และก็ที่เป็นไฮไลท์เป็นกล้องถ่ายรูปดิจิตอลข้างหลัง 2 รูรับแสงสว่าง F2.4 และก็ F1.5 หรือ Smart Aperture ที่ปรับปรุงขึ้นมาเพื่อการถ่ายรูปในกลางคืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชัดแจ๋วแบบสุดๆรวมทั้งยังเก็บทุกภาวะแสงสว่างได้ดีเยี่ยมเช่นเดียวกันกับช่างถายภาพมืออาชีพ สามารถถ่ายวิดิโอความละเอียด 4K ได้อีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ภาพตัวอย่างตอนถ่ายกลางคืน Ultra Night Mode

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องดิจิตอลด้านหลัง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องเซลฟี่ด้านหน้า

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net


ภาพโดย

www.flashfly.net

รีวิว Samsung Galaxy A70 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ กล้องถ่ายภาพข้างหลัง 3 เลนส์ เก็บครบทุกโมเมนต์

เปิดตัวและก็วางขายอย่างเป็นทางการไปแล้วสำหรับ Samsung Galaxy A70 สมาร์ทโฟนแบบใหม่จาก Galaxy A Series ในปี 2019 นี้ โดยวางขายในราคา 15,990 บาท จัดอยู่ในกรุ๊ปสมาร์ทโฟนระดับกึ่งกลางที่มีสเปคน่าดึงดูด จอใหญ่ถึง 6.7 นิ้ว แล้วก็มีกล้องถ่ายภาพข้างหลัง 3 เลนส์ สำหรับถ่ายรูปได้ทุกโมเมนต์

ชุดจำหน่าย

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ข้างในชุดขายนอกเหนือจากการที่จะมีตัวเครื่อง Galaxy A70 แล้ว ยังมีเคส TPU ใสแบบนุ่มมาให้ใช้งานปกป้องรักษาตัวเครื่องตั้งแต่แกะกล่องเลย แล้วหากผิดดวงใจค่อยไปพบเคสอื่นๆเสริมเติม นอกเหนือจากนั้นยังมีหูฟัง, สายชาร์จ USB แล้วก็ อะแดปเตอร์ Super Fast Charging รองรับ 25W มาให้ข้างในกล่องด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม

การออกแบบสวย หรู

A70 หน้าจอ 6.7 นิ้ว

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

จอ Super AMOแอลอีดี ขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แบบ Infinity-U มีกล้องถ่ายรูปหน้าเซลฟี้ความละเอียด 32 MP รูรับแสงสว่าง f/2.0 อยู่ข้างใน ลำโพงเสวนาวางเหนือกล้องถ่ายภาพไม่มียางอายบน มีปุ่มเซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือใต้จอ

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ขอบจอโค้งรวมทั้งบาง ทำให้การแสดงผลประโยชน์เต็มพื้นที่เพิ่มมากขึ้น การใช้แรงงานต่างๆไม่ว่าจะเป็นการดูวิดีโอ, ซีรีส์, ภาพยนต์ต่างๆหรือแม้กระทั้งเล่นเกมก็ทำให้มองได้เต็มตามากเพิ่มขึ้น

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ข้างหลังวางแบบ 3D Glasstic เป็นกระจกผสมกับพลาสติกมีความงามแสดงเป็นสีรุ้งกินน้ำเมื่อมีการกระทบกับแสงสว่าง ให้ความงามที่ไม่ซ้ำใคร ขอบข้างๆฝาข้างหลังโค้งรับกับอุ้งมือ ทำให้การประสานมือถือที่มีหน้าหน้าจอขนาดใหญ่ 6.7 นิ้วอย่างนี้ได้เหมาะกับมือมากเพิ่มขึ้น

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ถาดใส่ซิมการ์ดเป็นแบบ Tripple Slot สามารถใช้งาน 2 ซิม และก็เมมโมรี่การ์ดแบบ Micro SD (รองรับสูงสุด 512GB) ซึ่งวางอยู่ที่ทางซ้ายของตัวเครื่อง

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ปุ่มปรับระดับเสียงเสวนาและก็ปุ่ม Power ถูกวางอยู่ทางด้านขวาของตัวเครื่อง ซึ่งขอบของตัวเครื่องก็มีสีหนทางเดียวกับตัวเครื่อง ทำให้มองสวยสดงดงามมากขึ้นไปอีก ช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม., พอร์ต USB-C, ลำโพงพูดคุย รวมทั้งสำโพงสปีกเกอร์ วางอยู่ที่ข้างล่างของตัวเครื่อง

กล้องถ่ายรูปข้างหลัง 3 เลนส์ เก็บได้ครบทุกโมเมนต์

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ด้วยมือถือระดับกึ่งกลาง แม้กระนั้นมากับกล้องถ่ายภาพ 3 เลนส์ ประกอบไปด้วย เลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง f/1.7 + เลนส์ชัดตื้นความละเอียด 5 ล้านพิกเซลรูรับแสงสว่าง f/2.2 สำหรับภาพที่อยากปรับหน้าชัดข้างหลังละลาย + เลนส์มุมกว้าง Ultra Wide 123 องศา เก็บภาพมุมกว้าง โดยทั้งยัง 3 เลนส์นี้จะช่วยทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้สามารถถ่ายภาพภาพได้นานาประการมุมมองมากเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ตัวกล้องถ่ายรูปเองก็มีระบบระเบียบ AI มาช่วยสำหรับในการถ่ายรูป โดยจะกระทำการปรับแสงสว่าง, ความสว่าง, สีสันต่างๆให้เหมาะสมกับวัตถุนั้นๆมากยิ่งขึ้น โดยทาง AI จะพิจารณาวัตุปและก็คำนวณออกมาเองแบบอัตโนมัติ โดยมีสูงถึง 20 โหมด ดังเช่นว่า ของกิน บุคคล ดอกไม้ ฉากในร่ม สัตว์ วิว ฉากสีเขียว ต้นไม้ ฟ้า เทือกเขา ริมหาด ดวงตะวันตก ชายน้ำ ถนนในเมือง ทัศนียภาพค่ำคืน น้ำตก หิมะ นก ใจความ ย้อนแสงสว่าง ที่ตรงนี้คนไหนกันที่เกลียดให้ AI ช่วยถ่ายภาพภาพ ก็สามารถกระทำปิดได้

รวมทั้ง Galaxy A70 ยังมีการแจ้งเตือนเมื่อมีการถ่ายภาพภาพกลุ่มชน, ภาพบุคคล ว่ามีคนมีคนกะพริบตา, ภาพเบลอ , เลนส์เลอะเทอะ และก็ภาพย้อนแสงสว่าง เพื่อที่จะได้ให้พวกเราถ่ายภาพภาพใหม่ได้ในทันที ที่ตรงนี้นับว่าเป็นจุดเด่นสำหรับภาพหลักๆเนื่องจากว่าบางเวลาพวกเราบางครั้งอาจจะมิได้เช็คแบบถี่ถ้วนทั้งหมดทั้งปวง ทำให้พวกเราสามารถแก้ตัวถ่ายภาพภาพใหม่ได้โดยทันที การแจ้งเตือนก็ทำเป็นรวดเร็วทันใจภายหลังกดชัตเตอร์ไม่กี่วินาที

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

สำหรับเพื่อการถ่ายภาพภาพจัดว่าทำเป็นดีเลย ถ่ายช่วงกลางคืนก็ยังพอเพียงไหว เนื่องจากตัวเลนส์หลักนั้นมีรูรับแสงสว่างที่กว้าง คนไหนที่ชื่นชอบเกี่ยวกับการถ่ายทิวทัศน์ เลนส์มุมกว้างก็ช่วยให้ภาพมองน่าดึงดูดมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนของเค้าหน้า UI ก็เคยชินสำหรับคนรับใช้ซัมซุงอยู่แล้ว แต่ว่าคนไหนที่ไม่เคยใช้มาก่อนก็ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเนื่องจากว่าซัมซุงมีการดีไซน์มาให้ใช้งานง่าย ไม่สลับซับซ้อน

ถ่ายภาพมุมกว้าง
โหมดไลฟ์โฟกัส ปรับพื้นหลังเบลอ

เซลฟี่สวย ชัดเจนทุกมุมมอง

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

กล้องถ่ายรูปหน้าเซลฟี้ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ให้ความแหลมคมชัดแล้วก็ความสว่างจากรูรับแสงสว่างกว้าง f/2.0 มาพร้อมโหมดบิวตี้ปรับหน้าเนียนใสได้ พร้อมทั้งโหมดไลฟ์จุดโฟกัสที่จะช่วยทำให้เซลฟี้ได้แบบหน้าชัดข้างหลังเบลอ ปรับค่าพื้นข้างหลังเบลอก่อนถ่ายเซลฟี้ได้ รวมทั้งสามารถปรับเอฟเฟ็กต์พื้นข้างหลังในคราวหลังได้ โดยจะเอฟเฟ็กต์เบลอแบบสปิน, แบบซูม และก็คัลเลอร์พอยท์ให้เลือก

เล่นเกมไหลลื่น ไม่มีสะดุด

ชิปประมวล Qualcomm Snapdragon 675 กับ RAM 8GB ช่วยสำหรับการประเมินผลการใช้แรงงานต่างๆและก็ยังเหมาะกับการเล่นเกมอีกด้วย เนื่องจากในซัมซุงจะมีแอพพลิเคชั่น Game Launcher มาให้ ช่วยสำหรับในการปิดการแจ้งเตือนต่างๆรวมทั้งแสดงป๊อบอัพสายโทรศัพท์เข้ามาโดยที่ไม่ขวางการเล่นเกมอีกด้วย ตัวสเปคเองก็สามารถปรับกราฟิกในระดับ HD ได้ จากที่ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile ก็ปรับการตั้งค่าระดับค่อนข้างสูงมาให้เลยตั้งแต่ทีแรก การเล่นก็ไหลลื่น ภาพสวย

แบตเตอรี่อึดจุใจ ชาร์จเร็ว 25W

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

แบตเตอรี่ 4,500 mAh นับได้ว่าเป็นแบตเตอรี่ที่มีปริมาตรมากมาย รวมทั้งยังรองรับการชาร์จเร็ว Super Fast Charging (25 W) ชนิดเดียวกันกับ Samsung Galaxy S10 5G อีกด้วย ทำให้การใช้แรงงานได้แบบเต็มวัน รวมทั้งเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด ก็สามารถชาร์จให้เต็มได้เร็ว

สรุป

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับกึ่งกลางจากซัมซุงที่น่าดึงดูดอีกรุ่น มีดีไซน์ที่สวยไม่แพ้รุ่นใหญ่ จอใหญ่ 6.7 นิ้ว ตัวเครื่องบาง กล้องถ่ายรูปข้างหลังมีมาให้ถึง 3 เลนส์ มีเลนส์มุมกว้างให้ใช้งาน ถ่ายเวลากลางคืนก็ทำเป็นดี กล้องถ่ายรูปหน้าเซลฟี้ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เซลฟี่ภาพนิ่งก็สวย หรือคนไหนกันแน่ที่ถูกใจ Live ก็เพลิดเพลินใจเรื่องความแหลมคมชัดได้เลย แบตเตอรี่ก็ใหญ่รองรับการชาร์จเร็ว 25W ที่ Galaxy S10 ยังไม่มี เล่นเกมก็ลื่นไหล กล่าวได้ว่าครบถ้วนกันเลย

สเปก Samsung Galaxy A70

  • หน้าจอ Super AMOLED แบบ Infinity-U ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+
  • RAM 8 GB
  • กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 MP (F/2.0)
  • กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 32 MP (F/1.7) + 8 MP (มุมกว้าง 123 องศา | F/2.2) + 5 MP (Depth | F/2.2)
  • ดีไซน์ตัวเครื่องเป็นแบบ 3D Glasstic (กระจกผสมพลาสติก) สะท้อนแสงสวยงาม
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • มาพร้อมชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 675
  • พื้นที่จัดเก็บข้อมูล 128 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 512GB
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,500 mAh
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว Super Fast Charging (25 W) แบบเดียวกับ Samsung Galaxy S10 5G
  • รันด้วยระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย One UI เวอร์ชั่นล่าสุด
  • มีให้เลือก 3 สีได้แก่ สีน้ำเงิน, สีขาว และสีดำ
  • ราคา 15,990 บาท

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ปล่อยตัว ไผ่ ดาวดิน หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ 10 พ.ค.

ปล่อยตัวปล่อยใจ ไผ่ ดาวดิน หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในจังหวะมหามงคล พิธีบรมราชาภิเษก พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10

วันนี้ (10 เดือนพฤษภาคม2562) เวลา 10.00 น. นายตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องขัง ซึ่งได้รับโทษตามความผิดพลาดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมทั้ง พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ออกมาจากที่คุมขังบำบัดรักษาพิเศษขอนแก่น ข้างหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในจังหวะมหามงคลพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาหัวหน้าศรีสินทร มหาชิราลงแขนณ พระชิเกล้าเจ้าอยู่หัว

ดังนี้ มีเครือญาติผู้ต้องขังที่ได้รับการอภัยโทษมารต้อนรับกันอย่างเนื่องแน่น นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา หรือทนายความอู๊ด บิดาของนายตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ที่มาและเมียรวมทั้งบรรดาเครือญาติมารอรอคอยรับ และก็เมื่อไผ่ ดาวดินได้รับการปล่อยตัวได้โผเข้ากอดบิดามารดารวมทั้งเครือญาติด้วยความดีอกดีใจในอิสระ ท่ามกลางการแสดงความปลาบปลื้มกับครอบครัวของไผ่ เนื่องจากว่าไผ่ถูกจำตารางมาแล้ว ปี ซึ่งเดิมมีระบุได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 16 เดือนพฤษภาคมนี้ แม้กระนั้น ไผ่ ดาวดิน อยู่ในข่ายได้รับอภัยโทษ เนื่องในจังหวะมหามงคลพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทุกคนล้วนปลื้มใจในบุญคุณอันหาที่สุดไม่ได้

นายจตุภัทร์ เผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับอิสรภาพอีกครั้งหลังจากต้องโทษและถูกคุมขังนานกว่า 2 ปี หลังจากนี้ต้องปรับตัวก่อน ส่วนการต่อสู้ หรือการร่วมกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตย หรือกิจกรรมทางการเมืองนั้นคงล้มเลิกไม่ได้และจะทำต่อไป

สำหรับ ไผ่ ดาวดิน เป็นนักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ในนามกลุ่มดาวดิน และเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2557 โดยถูกคุมขังในคดีหมิ่นสถาบัน มาตรา 112 หลังจากแชร์ข้อความของสำนักข่าวต่างประเทศ ผ่านสังคมออนไลน์

ขอบคุณ

news.mthai.com

รีวิว OPPO F11 Pro เต็มตาด้วยหน้าจอไม่มีขอบ พร้อม Rising Camera แบบใหม่

เทรนด์จอติ่ง หรือจอแบบอื่นๆที่นอกจากจอทั่วๆไป จอสมาร์ทโฟนอีกแบบหนึ่งก็คือแบบเต็มหน้าจอไม่มีขอบไร้รอยบาก ส่วนเว้าโค้งใดๆก็ตามแม้กระนั้นย้ายเซ็นเซอร์ กล้องถ่ายรูปเซลฟี่ไปเอาไว้ในจุดอื่นแทน ซึ่ง OPPO F11 Pro ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่เริ่มดีไซน์วางแบบในรูปแบบนี้ ด้วยกล้องถ่ายภาพหน้าเซลฟี้ที่มีชื่อเก๋ๆว่า Rising Camera แม้กระนั้นเว้นเสียแต่ประเด็นนี้ ก็ยังมีคุณลักษณะเด่นเรื่องอื่นๆที่น่าดึงดูด

 OPPO F11 Pro

OPPO F11 Pro รีวิว

ภาพจาก

www. whatphone.net

ตัวกล่องเหมือนเดิม ยังไม่มีออกแบบอะไรใหม่ ระบุชัดเจนเลยว่ารุ่นนี้เป็นเวอร์ชั่น 64GB/ RAM 4GB พร้อมรูปตัวของไหว้กล่องสี Thunder Black (แม้กระนั้นในรีวิวคราวนี้จะเป็นตัวเครื่องสี Aurora Green)

OPPO F11 Pro รีวิว

ภาพจาก

www. whatphone.net

เมื่อแกะกล่องออกมา เว้นแต่ตัวเครื่องรุ่น F11 Pro แล้ว ยังมีกล่องที่มีไว้สำหรับเก็บอุปกรณ์กระจุกกระจิกอย่างคู่มือ เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด เคสแถมตรงรุ่น และก็รลงไปใต้กล่องก็จะมีอแดปเตอร์ชาร์แบตเตอรี่ สายไมโครยูเอสบี 2.0 และก็หูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

OPPO F11 Pro รีวิว

ภาพจาก

www. whatphone.net

OPPO F11 Pro รีวิว

ภาพจาก

www. whatphone.net

OPPO F11 Pro รีวิว

ภาพจาก

www. whatphone.net

ข้อมูลเพิ่มเติม

ออกแบบสวยสะดุดตา เรียบหรู ไล่เฉดสีไม่มีใครเหมือน

วางแบบสำคัญๆของ OPPO F11 Pro จะย้ำในส่วนของจอขนาดใหญ่แบบเต็มพื้นที่ ไม่มีแถบ ส่วนเว้าโค้งอะไรก็ตามและก็ย้ายกล้องถ่ายรูปหน้าไปเอาไว้ภายในตัวเครื่องแทน และก็ผิวข้างหลังที่ยังมาในแบบเงาวาวหรูหรา ซึ่งเครื่องที่ได้มาก็จะเป็นสีเขียว Aurora Green ที่เกิดขึ้นมาจากการไล่สีสองเฉดอย่างสีน้ำเงินและก็สีเขียวน้ำทะเลเข้าพบกันกึ่งกลาง ถ้าหากไม่ต้องการให้ความงดงามของเครื่องควรจะเป็นรอย เสนอแนะว่าใส่เคสกันรอยไว้เลยจะดีมากกว่า

OPPO F11 Pro ดีไหม

ภาพจาก

www. whatphone.net

จอแสดงผลลัพธ์แบบ IPS LCD ขนาดใหญ่ 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080?2340 พิกเซล) เป็นหลักที่จอ 90.9% ของพื้นที่ตัวเครื่องข้างหน้าทั้งปวง

OPPO F11 Pro ดีไหม

ภาพจาก

www. whatphone.net

ตัวเครื่องที่ประกอบไปด้วยกล้องถ่ายรูปคู่ 48+5 ล้านพิกเซลรวมทั้งแฟลชถ่ายภาพจัดวางเข้าชุดเข้ารอยกัน เซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือ โลโก้ OPPO รวมทั้งเนื้อความ Designed by OPPO ที่จัดวางอย่างงดงาม ซึ่งการไล่เฉดสีของตัวเครื่องนี้ขึ้นกับภาวะแสงสว่าง และก็ถ่ายรูปติดมากมายค่อนข้างจะยาก
OPPO F11 Pro รีวิว

ภาพจาก

www. whatphone.net

ปุ่มวอลลุ่มที่ย้ายมาอยู่ขอบเครื่องทางด้านซ้าย รวมทั้งเลื่อนฐานะให้ใช้งานสบายกว่าเดิม

OPPO F11 Pro รีวิว

ภาพจาก

www. whatphone.net

OPPO F11 Pro รีวิว

ภาพจาก

www. whatphone.net

ปุ่มเปิด-ปิดตัวเครื่องและก็ถาดใส่ซิมการ์ดที่ยังจัดช่องแบบไฮบริดมาให้

OPPO F11 Pro รีวิว

ภาพจาก

www. whatphone.net

ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ก็มา รวมทั้งช่องไมค์ ช่องไมโครยูเอสบี 2.0 และก็ลำโพง

OPPO F11 Pro รีวิว

ภาพจาก

www. whatphone.net

ภาพจาก

www. whatphone.net

ส่วนลักษณะเด่นที่ไม่กล่าวถึงอาจจะมิได้ก็คือกล้องถ่ายรูปเซลฟี่ 16 ล้านพิกเซลที่มีชื่อว่า Rising Camera ที่ปฏิบัติหน้าที่อีกทั้งเซลฟี้และก็สแกนบริเวณใบหน้า

RISING CAMERA

ภาพจาก

www. whatphone.net

เทรนด์มาแรงในยุคนี้ เว้นเสียแต่จอแสดงผลลัพธ์สารพัดสารพันแบบอย่าง ก็น่าจะเป็นกล้องถ่ายรูปหน้าแบบเลื่อนขึ้นเลื่อนลงได้ ซึ่งในรุ่นนี้ใช้กล้องถ่ายภาพที่เรียกว่า Rising Camera ใช้งานอีกทั้งกล้องถ่ายรูปหน้าแล้วก็สแกนบริเวณใบหน้าในตัว ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ส่วนลูกเล่นเซลฟี้จากออปโป้เป็นไปไม่ได้มาแบบบ้านๆแน่ๆ เนื่องจากรุ่นนี้มีโหมด Portrait สถานที่ทำงานร่วมกับ AI สำหรับการลบจุดเสีย เสริมข้อดีที่บริเวณใบหน้าของแต่ละคน ไม่ว่าจะเกิดเรื่องหน้าเรียว ผิวเกลี้ยง ปรับคางได้รูป ลดจมูก ทำตาโต อื่นๆอีกมากมาย และก็ยังเสริมการผลิตเบื้องหลังเบลอในกล้องถ่ายภาพหน้าได้อีกด้วย

ถ่ายภาพกลางคืน

โหมดถ่ายภาพในอินเตอร์เฟซกล้องแบบใหม่

แต่ว่าสิ่งที่แจ๋ว แจ่มเจ๋งอีกหนึ่งเรื่องใน OPPO F11 Pro ที่งานนี้เน้นย้ำประเด็นการถ่ายรูปช่วงเวลาค่ำคืนแบบจัดหนักอีกทั้งลูกเล่น โหมดถ่ายรูปที่นานัปการ เว้นแต่ Portrait ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของรุ่นนี้แล้ว ยังมีโหมด Night, Pano, Expert รวมทั้ง Google Lens สำหรับถ่ายรูปเพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆอุปกรณ์อย่างกล้องถ่ายรูปคู่ 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง F/1.8 รวมทั้ง 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช

OPPO F11 Pro กล้อง

ภาพจาก

www. whatphone.net

OPPO F11 Pro กล้อง
OPPO F11 Pro กล้อง

คำคมของรุ่นนี้ก็คือ “Portrait งาม ถึงแม้แสงสว่างน้อย ซึ่งก็ให้ความงามจริงๆแม้ว่าจะจะถ่ายด้วยกล้องถ่ายรูปข้างหลังก็ตาม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะเซลฟี้ให้ผู้ใดถ่ายให้ กล้องถ่ายภาพข้างหลังจะเหนือกว่ามากยิ่งกว่า ด้วยรูรับแสงสว่างที่กว้างกว่า เลนส์คู่ที่ช่วยสร้างเบื้องหลังเบลองาม ไปจนกระทั่งโหมดถ่ายรูป Portrait สถานที่สำหรับทำงานร่วมกับ AI ปรับแก้ทั้งยังฉากและก็วัตถุให้เกิดความสวยสดงดงามทั่วอีกทั้งภาพ

OPPO F11 Pro ดีไหมภาพจาก

www. whatphone.net

ส่วนรูปถ่ายแบบอื่นๆออปโป้ F11 Pro ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยความแหลมคมชัดแล้วก็สีสันที่อยู่ในระดับที่ถือว่าไม่ดี เป็นสมาร์ทโฟนที่พกไปถ่ายรูปได้ทุกเหตุการณ์ แถมด้วยลักษณะเด่นในหัวข้อการถ่ายรูปค่ำคืนก็คงจะประทับใจคนอีกจำนวนไม่น้อย

oppo f11 pro oppo f11 pro

ภาพจาก

www. whatphone.net

oppo f11 pro oppo f11 pro

ภาพจาก

www. whatphone.net

oppo f11 pro oppo f11 pro

ภาพจาก

www. whatphone.net

oppo f11 pro oppo f11 pro

VOOC 3.0

ถ้าหากสมาร์ทโฟนออปโป้ไม่มี VOOC ก็คงจะไม่ใช่สมาร์ทโฟนออปโป้ ซึ่งใน F11 Pro ก็ใส่ VOOC Flash Charge 3.0 มาให้ เพื่อการชาร์จไฟเตอปรี่ที่เร็วกว่า โดยทางออปโป้ประกันว่าชาร์จเร็วกว่าเดิม 20% ด้วยอแดปเตอร์ใหม่ (กำลังไฟ กำลังไฟ 5V4A, 20W) ผู้ใดกันแน่ที่เป็นห่วงว่าแบตเตอรี่ 4,000 ไม่ลลิแอมแปร์ของรุ่นนี้ถ้าเกิดหมดแล้วจะชาร์จนานหรือไม่ ขอบอกเลยว่าไม่ต้องห่วง ชาร์จเร็วทันใจแน่ๆ

Hyper Boost

ส่วนนี่ก็เป็นเทคโนโลยีใหม่ปัจจุบันที่ยังไม่มีในสมาร์ทโฟนใดๆก็ตามกับ Hyper Boost เทคโนโลยีเพิ่มความสามารถให้กับหลักการทำงานของระบบด้านในอย่างเต็มรูปแบบ โดยทำงานของเทคโนโลยี Hyper Boost จะกระทำการเก็บข้อมูลการใช้แรงงานจากผู้ใช้งานแต่ละคน และก็นำไปแก้ไขสำหรับเพื่อการใช้พลังงานของเครื่อง รวมทั้งการแสดงผลของสมาร์ทโฟน

สแกนนิ้วแล้วก็บริเวณใบหน้า

OPPO F11 Pro Fingerprint

OPPO F11 Pro Fingerprint

เรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆรุ่นนี้ก็ยังทำเป็นตามมาตรฐานด้วยการสแกนลายพิมพ์นิ้วมือ (ผ่านเซ็นเซอร์ตัวเครื่อง) และก็บริเวณใบหน้า แม้กระนั้นถ้าเกิดผู้ใดกันหวังว่าจะได้สแกนลายพิมพ์นิ้วมือบนหน้าจอแบบหรูๆก็คงจะจำเป็นต้องรอคอยรุ่นอื่นในอนาคตถัดไป แต่ว่าเรื่องของอินเตอร์เฟซใช้งานก็ดีไซน์มางามล้ำใช้ได้ มองไม่ใช่สไตล์เรียบคลีนๆเหมือนแต่ก่อน

OPPO F11 Pro

ภาพจาก

www. whatphone.net

ด้วยราคา 10,990 บาท ซึ่งเป็นช่วงๆราคาที่ลูกค้าโดยมากพอเพียงมีงบประมาณซื้อ แม้กระนั้นอยากได้ความรู้ความเข้าใจที่เรียกว่า All in One ซึ่ง OPPO F11 Pro ก็เป็นรุ่นที่อยู่ในนิยามนั้นได้อย่างไม่ยากเย็น ด้วยฟีพบร์ทั้งหลายแหล่ในเรื่องของกล้องถ่ายภาพ ระบบสแกนบริเวณใบหน้ารวมทั้งลายพิมพ์นิ้วมือ Rising Camera ที่ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ในขณะนี้ แบตเตอรี่ปริมาตรสูงพร้อม VOOC Flash Charge 3.0 แม้กระนั้น F11 Pro มีลักษณะเด่นที่วางแบบ ความงามที่สวยงาม แสดงถึงความมีรสนิยมได้ในราคาประหยัด

Specification

  • หน้าจอขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล (FHD+) อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 พื้นที่แสดงผลหน้าจอ 90.9%
  • ขนาดตัวเครื่อง 161.3 x 76.1 x 8.8 มม. น้ำหนัก 190 กรัม
  • ใช้งาน 2 ซิมการ์ดได้ (สลอตไฮบริด)
  • ระบบปฏิบัติการ Android Pie 9.0 ครอบทับด้วย ColorOS 6.0
  • RAM 6GB ROM 64GB เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังแบบคู่ Dual Camera ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f1.79 + 5 ล้านพิกเซล f2.4
  • ชิปเซ็ต MediaTek Helio P70 Octa-core
  • กล้องหน้า Rising Camera 16 ล้านพิกเซล
  • รองรับการสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือผ่านเซ็นเซอร์
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,000 มิลลิแอมป์ รองรับการชาร์จ VOOC Flash Charge 3.0
  • เทคโนโลยีใหม่ Hyper Boost ในตัว

ภาพจาก

www.whatphone.net

แผนการพิธีบรมราชาภิเษก 6 พ.ค. 2562

พลเมืองปลาบปลื้มปีตำหนิ ให้พรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกสีหบัญชรพระที่นั่งสุทไธสวรรย์วัง วันนี้

พว.เผยแพร่แผนการวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวแล้วก็สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถานที่ วังดุสิต ไปยังพระราชวัง เข้าทางประตูดีเลิศไชยศรี ประตูสวรรค์ไชยศรี ประตูเหล็กกล้า ประตูเหล็กเพชร รถยนต์พระที่นั่งเปรียบเทียบที่ข้างหลังพระที่นั่งสุทไธสวรรย์วัง

เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวและก็สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จขึ้นท้องพระโรงพระที่นั่งสุทไธสวรรย์พระราชวัง พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลเบิก นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกึ่งกลางอิสลามและก็ผู้แทนแผนกการค้าขาย 4 ภาควิชา เฝ้าฯ อวยพรชัยมงคล นาย นาย วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กราบบังคมทูลเบิกผู้แทนคณะบุคคลทางศาสนา 4 แผนก เฝ้าฯ อวยพรชัยมงคล

แล้วเสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์วัง ชาวบุคลากรบรรเลงมโหระทึก แตร ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ มอบให้ความนับถือ วงดุริยางค์เล่นเพลงเพลงเชิดชูพระบารมี ทหารราบ นาวิกโยธิน รวมทั้งอากาศโยธิน ยิงปืนใหญ่สรรเสริญข้างละ 21 นัดหมาย

เมื่อสุดเสียงเล่นดนตรีแล้ว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพิธีบรมราชาภิเษก เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาอวยพรชัยมงคลแทนพลเมืองทุกกลุ่มเหล่า ทหาร กองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ มอบให้ความยำเกรง วงดุริยางค์ร้องเพลงเพลงเทิดทูนพระบารมี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งตอบ ชาวบุคลากรเล่นดนตรีมโหระทึก แตร ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ มอบให้ความเคารพนับถือ วงดุริยางค์เล่นเพลงเพลงเทิดทูนพระบารมี นายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพิธีบรมราชาภิเษก กล่าวนำอวยพร “ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วก็สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จลงจากพระที่นั่ง สุทไธสวรรย์พระราชวัง ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งจักรีมหาพระราชวัง

เวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวและก็สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกท้องพระโรงกึ่งกลางพระที่นั่งจักรีมหาวัง พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นางฉั่ว ซิ่ว ซาน คณบดีภาควิชาราชทูตกราบบังคมทูลพระกรุณาอวยพรชัยมงคล ในนามของผู้เฝ้าฯ อวยพรชัยมงคล

อันมีแผนกตัวแทนแล้วก็กงสุล เมืองนอกประจำเมืองไทย และก็ผู้แทนหน่วยงานค้าระหว่างชาติในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งตอบ แล้วเสด็จขึ้น

ขอบคุณ

www.springnews.co.th